หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
  (ตั้งแต่ 1 เมษายน 2548)
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
108209 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 46
 
ข่าวประจำวัน : ตัด “มดลูก” “เนื้องงอก-ช็อกโกแลตซีสต์” ต้นเหตุสำคัญ


X-RAY สุขภาพ : X-RAY สุขภาพ : ตัด “มดลูก” “เนื้องงอก-ช็อกโกแลตซีสต์” ต้นเหตุสำคัญ

วันก่อนมีคุณแม่ลูกสามสอบถามเข้ามาว่า ตอนนี้อายุใกล้ขึ้นเลขสี่แล้ว แต่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดมดลูกออก เพราะเป็นช็อกโกแลตซีสต์ที่รังไข่ ช็อกโกแลตซีสต์เกิดขึ้นได้อย่างไร การผ่าตัดมดลูกนี้มีกี่แบบ และการผ่าตัดจะมีผลกระทบต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการตัดมดลูกออกไปพร้อม ๆ กัน “X-RAY สุขภาพ” ในวันนี้จึงมาพูดคุยกับ ศ.น.พ.อภิชาติ จิตต์เจริญ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ศ.น.พ.อภิชาติ อธิบายว่า สาเหตุที่พบบ่อยจนทำให้สตรีต้องได้รับการตัดมดลูกออก คือ มีเนื้องอกที่มดลูก ชนิดที่มิใช่มะเร็ง รองลงมา คือ มีเนื้องอกในรังไข่ หรือถุงน้ำในรังไข่ ที่เรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งเป็นภาวะที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกไปอยู่ในอุ้งเชิงกรานหรือที่รังไข่ โดยทั่วไปในสตรีที่มีบุตรเพียงพอแล้ว อายุใกล้เคียงหรือมากกว่า 40 ปีขึ้นไป แพทย์จะแนะนำให้ทำผ่าตัดทั้งมดลูกและรังไข่ออก เพื่อไม่ให้โรคกลับมาเป็นใหม่ได้อีก

ส่วนกรณีอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น กรณีเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มแรก หรือมีประจำเดือนออกมากผิดปกติ รวมทั้งกรณีที่มารดามีการตกเลือดรุนแรงหลังการคลอดบุตร เพราะถ้าหากไม่ตัดมดลูกออกอาจทำให้มารดาเสียชีวิตได้

โดยทั่วไปถ้าเป็นเนื้องอกในมดลูก คนไข้มักจะไม่มีปัญหาเรื่องการปวด แต่มักจะมีปัญหามดลูกขนาดโตขึ้น หรือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด หรือมีประจำเดือนออกมากผิดปกติ แต่ในกรณีที่มีอาการปวดท้องร่วมด้วยมักจะเป็นเนื้องอกของมดลูกชนิดที่เรียกว่า อะดีโนไมโอซิส (adenomyosis) คือ ภาวะที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกแทรกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้มดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีอาการปวดท้อง หรือปวดท้องเวลามีประจำเดือนมาก บางครั้งอาจมีประจำเดือนออกมากร่วมด้วย การรักษาทำได้โดยการผ่าตัดมดลูกออก พร้อมกับผ่าตัดรังไข่ออกด้วยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพเป็นราย ๆ ไป

กรณีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ หรืออายุน้อยกว่า 40 ปี ถ้าเนื้องอกขนาดไม่ใหญ่มากและมีเพียงก้อนเดียว โดยทั่วไปแพทย์จะผ่าตัดเฉพาะเนื้องอกออกเท่านั้น โดยไม่ผ่าตัดมดลูกออกหมด ยกเว้นในกรณีที่เนื้องอกมีขนาดใหญ่มาก หรือมีเนื้องอกหลายก้อน หลายตำแหน่ง การผ่าตัดเฉพาะเนื้องอกอาจทำให้ตกเลือดหรือเสียเลือดมาก

ทางออกคือต้องผ่าตัดมดลูกออกทั้งหมดจะปลอดภัยกว่า หรือบางครั้งเนื้องอกที่มีตำแหน่งอยู่ในโพรงมดลูก และฝังลึกเข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อของมดลูก การผ่าตัดเนื้องอกออกอย่างเดียวคงจะทำได้ยาก อาจต้องตัดมดลูกออกจะทำได้ง่ายกว่าและปลอดภัยกว่า ดังนั้นเมื่อเป็นเนื้องอกการจะผ่าตัดมดลูกออกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของเนื้องอกที่เป็นอยู่ว่าเป็นชนิดใด

ในการวินิจฉัยเนื้องอกในมดลูก กรณีที่คนไข้ไม่มีอาการผิดปกติ อาจจะต้องอาศัยการตรวจร่างกายโดยการคลำก้อนที่หน้าท้อง แต่ในกรณีที่คลำก้อนไม่ได้ จะต้องทำการตรวจภายในจึงจะช่วยในการวินิจฉัยว่ามดลูกมีขนาดโตขึ้นหรือไม่ ถ้าแพทย์ผู้ตรวจไม่แน่ใจในการวินิจฉัยอาจจะส่งตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยต่อไป ในกรณีที่มีอาการผิดปกติจากประจำเดือนที่ออกมากกว่าปกติ อาจมาด้วยอาการของการมีประจำเดือนออกมากหรือนานกว่าปกติ (ซึ่งโดยปกติแล้วประจำเดือนของสตรีจะมีอยู่นานประมาณ 3–5 วัน) หรือประจำเดือนมีก้อนเลือดขนาดใหญ่ออกมาร่วมด้วย โดยธรรมชาติแล้วเวลามีประจำเดือนปกติจะไม่มีก้อนเลือดขนาดใหญ่ปนออกมาด้วย

กรณีที่เยื่อบุมดลูกไปอยู่ในอุ้งเชิงกราน หรือไปอยู่ในรังไข่ ที่เรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์ หรือภาวะเอนโดเมธิโอซิส (Endometriosis) จะทำให้มีอาการปวดท้องมาก การผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออกจะช่วยลดอาการปวดและหายจากโรคได้ เพราะช็อกโกแลตซีสต์ จะมีอาการปวดคู่กับการมีประจำเดือน โดยปกติแล้วเยื่อบุโพรงมดลูก ที่อยู่ในโพรงมดลูกจะลอกตัวออกมาเป็นประจำเดือนทุก ๆ เดือน แต่ในกรณีนี้เซลล์พวกนี้ไปอยู่ที่รังไข่ หรือเยื่อบุช่องท้องในอุ้งเชิงกรานเวลามีประจำเดือนเซลล์พวกนี้จะสร้างประจำเดือน แต่ไม่มีทางออกไปไหนได้ ก็จะค้างอยู่ที่จุดนั้น เช่น อยู่ที่รังไข่ ก็จะทำให้รังไข่โตขึ้นมีการสะสมของเลือดประจำเดือนทุก ๆ เดือน จากเลือดที่สีแดงก็จะกลายเป็นสีคล้ำ คล้าย ๆ ช็อกโกแลต จึงเรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์ และถ้าไปอยู่ในอุ้งเชิงกรานหรืออวัยวะใกล้เคียง ทุกเดือนที่มีประจำเดือนจะมีการสร้างเลือดออกมา และเลือดที่ออกมาจะคั่งอยู่ที่บริเวณนั้นทำให้เกิดการอักเสบและเจ็บปวดมากขึ้นได้

ดังนั้นการรักษาช็อกโกแลตซีสต์ต้องมิให้มีประจำเดือน คนไข้จะได้ไม่มีอาการเจ็บปวด อาจทำได้ด้วยการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก แต่ถ้าสตรีท่านนั้นอายุยังน้อยกว่า 40 ปี หรือยังต้องการมีบุตร แพทย์อาจให้ยารักษาเพื่อไม่ให้มีประจำเดือน หรือผ่าตัดเอาช็อกโกแลตซีสต์ออก สำหรับการรักษาด้วยยานั้นเมื่อหยุดยาภาวะเหล่านี้อาจจะกลับมาได้อีก ส่วนใหญ่ถ้าสตรีที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป การรักษาจะแนะนำให้ผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออกเพื่อยุติพยาธิสภาพเหล่านี้

เมื่อผ่าตัดมดลูกออกแล้ว สตรีนั้นจะไม่สามารถมีบุตรได้ หรือในกรณีสตรีที่ได้รับการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออกทั้งสองข้าง สตรีคนนั้นจะเข้าสู่วัยทองไปโดยปริยาย คือ อาจจะมีอาการร้อนวูบวาบตามตัว มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดตามข้อ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ความสนใจหรือความต้องการทางเพศอาจลดลง เพราะฮอร์โมนเพศลดลง ช่องคลอดแห้งเนื่องจากสารคัดหลั่งที่มาหล่อเลี้ยงน้อยลง เมื่อมีเพศสัมพันธ์จะทำให้เจ็บปวดได้ จึงทำให้ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งกรณีเหล่านี้สามารถให้การดูแลรักษาได้ โดยปรึกษากับสูติ-นรีแพทย์ที่ดูแลด้านวัยทองจะช่วยเหลือให้อาการต่าง ๆ เหล่านี้ดีขึ้นได้

สำหรับการผ่าตัดมดลูกในปัจจุบันมีหลายแบบด้วยกัน ดังนี้

แบบแรก คือ การผ่าตัดมดลูกออกทางหน้าท้อง โดยเปิดผนังหน้าท้องแล้วทำการผ่าตัดมดลูกออก

แบบที่ 2 การผ่าตัดมดลูกออกทางช่องคลอด ในกรณีที่มีการหย่อนของมดลูก ร่วมกับช่องคลอดหรือกระบังลมหย่อน จะทำการผ่าตัดทางช่องคลอดโดยการผ่าตัดมดลูกออกและเย็บซ่อมช่องคลอดไปด้วยในขณะเดียวกัน
    
แบบที่ 3 การผ่าตัดมดลูกออกโดยผ่านทางกล้อง วิธีนี้ทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ บริเวณหน้าท้องใต้สะดือและบริเวณท้องน้อยอีก 2-3 แผล ซึ่งแพทย์ที่ทำการผ่าตัดต้องมีความชำนาญในการผ่าตัดด้วยกล้อง ข้อดีของการผ่าตัดวิธีนี้คือมีแผลขนาดเล็ก พักรักษาตัวในโรงพยาบาลไม่นาน แต่ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายในการรักษามีราคาค่อนข้างแพงมาก

การผ่าตัดจะใช้วิธีใดนั้น แพทย์ผู้ทำการรักษาต้องดูเป็นราย ๆ ไป ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพของโรค เช่นในกรณีเนื้องอกมีขนาดใหญ่เกือบเท่าสะดือ หรือขนาดใหญ่เท่ากับการตั้งครรภ์ 4-5 เดือนขึ้นไป ก็จะทำการผ่าตัดโดยการผ่าตัดทางหน้าท้อง ถ้ามีมดลูกหย่อนยานโผล่ออกทางช่องคลอด ก็จะทำการผ่าตัดทางช่องคลอด แต่ในกรณีที่มดลูกมีขนาดไม่ใหญ่มาก อาจจะใช้วิธีผ่าตัดโดยผ่านทางกล้อง

หลังการผ่าตัดมดลูกออกต้องดูแลตัวเองอย่างไร ? ศ.น.พ. อภิชาติ กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วสตรีที่ได้รับการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออกทั้งสองข้างขณะที่อายุประมาณ 40 ปี หรือน้อยกว่า ซึ่งยังไม่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ถ้ามีอาการของวัยหมดประจำเดือนหรือวัยทองมากและไม่มีข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมนรักษา แพทย์จะให้ฮอร์โมนเพศหญิง คือฮอร์โมนเอสโตรเจน เพื่อรักษาหรือทดแทนกรณีที่ขาดฮอร์โมนไป ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจนมีทั้งชนิดรับประทาน ชนิดครีมหรือเจลทาบริเวณผิวหนัง หรือเป็นแผ่นแปะผิวหนัง โดยอาจจะเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งก็ได้ตามความเหมาะสม และควรไปรับการตรวจรักษาเป็นระยะ ๆ ตามที่แพทย์นัดหมาย เพื่อติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องต่อไป.

“suwat_krub@dailynews.co.th”

ข่าวประจำวัน : 26 September 2005
แหล่งที่มา เดลินิวส์
อ่าน 1025





ย้อนกลับ
 
เกี่ยวกับศูนย์วิทยบริการ  เกี่ยวกับศูนย์วิทยบริการ
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
เจ้าหน้าที่ของศูนย์วิทยบริการ อย.  บุคลากร
 
      
 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

since 21/02/44 World Map  

ศูนย์วิทยบริการ
ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω