หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
320420 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 147
 
ข่าวประจำวัน : วิกฤติทางสมองพบแพทย์ทันฟื้นหนักเป็นเบา

วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2552 เวลา 0:00 น

“หัวใจ” เป็นอวัยวะสำคัญของคน ถ้าหัวใจ หยุดเต้น ชีพจรชีวิตก็ดับลง แต่ถ้า “สมอง”  ตายหรือหยุดทำงาน ทั้งที่หัวใจยังเต้นเป็นจังหวะ อยู่ ชีวิตเป็นได้แค่สิ่งมีชีวิตที่หายใจทิ้งไปวัน ๆเท่านั้น โรคทางสมองจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามด้วยเหตุนี้ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ จัดสัมมนา“พลิกลิขิต วิกฤติโรคทางสมอง” โดย นพ.โอรส ทรัพย์เจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและประสาทวิทยา เมื่อเร็ว ๆ นี้

นพ.โอรส ให้ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองว่า เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดแดง และหลอดเลือดดำ ส่วนใหญ่หมายถึงหลอดเลือดแดงในสมอง ซึ่งอาจเกิดภาวะตัน ตีบหรือแตก ร้อยละ 90-98 เกิดจากหลอดเลือดแดงเล็ก ๆ น้อย ๆ มองง่าย ๆ เหมือนท่อจะมีท่อน้ำเข้ากับท่อน้ำออก เพื่อเข้าสู่แท็งก์ แท็งก์น้ำคือ สมองท่อน้ำที่เข้าสู่แท็งก์คือ หลอดเลือดที่สูบฉีดเลือดแดงสู่สมอง ส่วนหลอดเลือดดำคือ ทางระบายน้ำออก ซึ่งทางระบายน้ำออกมาจากท่อใหญ่ความดันไม่สูงมาก การเกิดกับหลอดเลือดดำจึงค่อนข้างน้อย ฉะนั้นร้อยละ 90-95 เป็นโรคหลอดเลือดแดง

“อาการเตือนที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง ได้แก่ หน้าเบี้ยว หนังตาตก หลับตาไม่สนิท ตามองเห็นภาพซ้อน มองไม่เห็น แขนขาอ่อนแรง ยกแขนหรือขาไม่ได้ อ่อนแรงครึ่งซีก ชาครึ่งซีก เดินเซ เดินไม่ได้ พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ ไม่เข้าใจคำพูด ปวดศีรษะรุนแรงหากพบอาการเหล่านี้ แม้เกิดขึ้นข้อเดียวอาจเป็นความเสี่ยงได้”

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและประสาท วิทยา กล่าวถึงแนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดสมองว่า ส่วนใหญ่คนไทยไม่ทราบว่าอาการเป็นอย่างไร ทำให้พบแพทย์ช้าและสูญเสียการรักษา แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับคนไข้ว่าเป็นโรคอะไร เป็นเส้นเลือดตีบ แตกหรือตัน ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดแตก ต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาร้อยละ 20-30 ส่วนร้อยละ 50-60 รักษาด้วยตัวยาลดสมองบวม นอกจากการให้ยาลดสมองบวมแล้ว ผลที่ได้รับจากก้อนเลือด ขยายตัวขึ้นอาจทำให้แขนขาอ่อนแรง การรักษาต้องรักษาด้วยกายภาพบำบัดต่อ

สำหรับการดูแลตัวเอง นพ.โอรส แนะนำว่า หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงอายุเกินกว่า 40-45 ปี ต้องเข้ารับการตรวจร่างกายเป็นประจำ เมื่อพบความเสี่ยงต่าง ๆ พยายามแก้ไขหรือป้องกันโรค เช่น มีไขมันสูงต้องควบคุม ออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่อย่าหักโหม ถ้ามีเบาหวานต้องระวังไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูง โรคหลอดเลือดสมองไม่ใช่เป็นโรคที่รักษาแล้วไม่หายขาด แต่สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ ถ้ามีกำลังใจที่สำคัญ ตั้งใจรักษาตัวเอง ส่วนใหญ่ปัญหาของคนไทยเกิดจากมาโรงพยาบาลไม่ทัน ทำให้ผลการรักษาออกมาไม่ดี ทำให้ทุพพลภาพ คนที่ดูแลต่อจะลำบาก ถ้ามาโรงพยาบาลเร็ว โอกาสช่วยคนไข้มีมาก.

ข่าวประจำวัน : 20 August 2009
แหล่งที่มา เดลินิวส์
อ่าน 453





ย้อนกลับ
 
เกี่ยวกับศูนย์วิทยบริการ  เกี่ยวกับศูนย์วิทยบริการ
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
เจ้าหน้าที่ของศูนย์วิทยบริการ อย.  บุคลากร
 
      
 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

since 21/02/44 World Map  

ศูนย์วิทยบริการ
ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω