หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
542643 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 57
 
ข่าวประจำวัน : นายกฯ ทักษิณคุยกับประชาชน วันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2549 เวลา 08.00 น.

คำกล่าวของพันตำรวจโท  ทักษิณ  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี

ในรายการ “นายกฯ ทักษิณคุยกับประชาชน”

ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  คลื่นเอฟ.เอ็ม. 92.5

วันเสาร์ที่  28 มกราคม  2549   เวลา 08.00 น.

---------------------------

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ

วันพรุ่งนี้เป็นวันตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน  ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและที่อยู่ทั่วโลก   เมื่อวานนี้เป็นวันจ่าย  วันนี้เป็นวันไหว้บรรพบุรุษ   พรุ่งนี้วันตรุษจีนถือว่าเป็นวันเที่ยวจะได้ไปเยี่ยมเยียนพ่อแม่ญาติสนิทมิตรสหายกัน  ก็ขออวยพรเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว ว่า ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้     คือขอให้ทุกคนมีความสุขในวันปีใหม่   มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง    มีจิตใจที่แจ่มใส   เรื่องที่ไม่ดี   ขอให้ผ่านพ้นไป  คิดแต่สิ่งที่ดี ๆ   ทำดี     ชีวิตก็มีความสุข  ซึ่งคนไทยกับคนจีนเป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดกัน   ความสัมพันธ์ระดับประเทศของเราสองประเทศถือว่าดีมาก  เดือนเมษายนนี้นายกรัฐมนตรีจีนจะมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

 

งานเทศกาลตรุษจีนไชน่าทาวน์

ช่วงตรุษจีน 2-3 วันนี้   ต้องขอพี่น้องคนไทยเชื้อสายจีนทั้งหลายที่จะจุดธูป  เผากระดาษเงินกระดาษทอง  ทำอาหาร  จุดประทัดกันทั้งหลาย  อย่าประมาท  อาจจะเกิดเพลิงไหม้   เพราะฉะนั้นขอให้พึงระมัดระวัง  เวลาไปเที่ยวก็อย่าเมา  และตรุษจีนปีนี้ที่เยาวราชจะมีงานเทศกาลตรุษจีนไชน่าทาวน์ 2 วัน   คือวันอาทิตย์ที่ 29  และวันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2549    ขอเชิญชวนไปเที่ยว   ไปทานอาหารอร่อย ๆ กันได้

 

ถ้าคนไทยหลุดพ้นความยากจนเศรษฐกิจและสังคมจะแข็งแรง

บ่ายนี้ผมจะมีประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจน  ที่ทำเนียบรัฐบาล  ซึ่งจะมี คณะรัฐมนตรีปลัดกระทรวง   อธิบดีที่เกี่ยวข้อง   ที่จะต้องให้การสนับสนุนพื้นที่ โดยมีนายอำเภอเป็น    หัวหน้าทีม   และมีพลเอก ชวลิต    ยงใจยุทธ    ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ   จะต้องเข้าไปเชื่อมโยงความช่วยเหลือ โดยดึงเอากระทรวงต่าง ๆ เพื่อให้พื้นที่ทำงานแก้ปัญหาได้    ซึ่ง 3 ปีนี้จะเป็น 3 ปีแห่งการทำงานหนักของทุกๆ ฝ่าย  เพื่อให้พี่น้องคนไทยเราพ้นจากความยากจน   ถามว่าพ้นจากความยากจนเพื่ออะไร  เหมือนกับเราไปซ่อมฐานรากของประเทศให้เข้มแข็งนั่นเอง คนไทยทุกคนเปรียบเสมือนเสาเข็มคนละต้น    ถ้ามีเสาเข็มผุจำนวนมาก    บ้านจะไม่แข็งแรง เพราะฉะนั้นเราจะไปซ่อมเสาเข็มกัน เพื่อให้บ้านแข็งแรง ถ้าคนไทยพ้นจากความยากจนหมายถึงว่า  ทั้งเศรษฐกิจและสังคมจะเข้มแข็งขึ้น   นี่เป็นความมุ่งมั่นที่จะพยายามทำกันให้ได้   เพราะฉะนั้น  3  ปี  ทุกฝ่ายจะเหนื่อยหน่อย   แต่จะเป็นประโยชน์มากต่อประเทศในระยะยาว   เพื่อลูกหลานของเรา

 

จัดงานถวายพระกระยาหารค่ำเฉลิมพระเกียรติ 

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 ม.ค.)  รัฐบาลได้จัดงานถวายพระกระยาหารค่ำเฉลิมพระเกียรติ  เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล อินทิรา  คานธี   สาขาสันติภาพ  การลดอาวุธ  และการพัฒนา  ประจำปี  2547   ที่ตึกสันติไมตรี   ทำเนียบ   รัฐบาล   รางวัลอินทิรา  คานธี   ผมเคยเล่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าก่อตั้งขึ้นเมื่อปี  2528  เพื่อเป็นเกียรติแก่         นางอินทิรา  คานธี  อดีตนายกรัฐมนตรี    มีบุคคลที่เคยได้รับมีชื่อเสียงทั้งนั้น  เช่น  องค์การยูนิเซฟ   ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ   ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ   นายมิคาอิล  กอร์บาร์ชอฟ  อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย   นายจิมมี่  คาร์เตอร์   อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา   นายโคฟี่   อันนัน   เลขาธิการสหประชาชาติ   ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี   ทรงได้รับเป็นลำดับที่  19   เป็นคนไทยคนแรกและเป็นบุคคลแรกในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ด้วย    ถือว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ  

 

 

พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล  ประจำปี  2548 

              เมื่อวันพฤหัสบดี  (26 ม.ค.) ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล  ประจำปี 2548   ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม    การพระราชทานรางวัลนี้จะมีขึ้นทุกปี    โดยที่ปีนี้ทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงนำผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล  ประจำปี 2548 2  คน  คือ  สาขาการแพทย์   ศาสตราจารย์ยูยีน  โกลวาสเซอร์  (Professor  Eugene  Goldwasser,Ph.D.)  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ภาควิชาเคมีและอณูชีววิทยา  มหาวิทยาลัยชิคาโก  สหรัฐอเมริกา   ส่วนสาขาการสาธารณสุข    ศาสตราจารย์นายแพทย์ฮารัลด์  ซัวร์  เฮาเซน  (Professor  Harald zur Hausen,MD.)  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ  ศูนย์วิจัยมะเร็ง  เมืองไฮเดลเบิร์ก  สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี  เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท  รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล  ประจำปี 2548    ทั้งสองคนมีผลงานที่ประทับใจ  ได้มีการคัดจาก 46  ราย จาก 23  ประเทศ   

 

ผลิตฮอร์โมนรักษาภาวะโลหิตจาง

ศาสตราจารย์ยูยีน  โกลวาสเซอร์   เขาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับฮอร์โมน    ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นในการสร้างเม็ดเลือดแดง  ทำมาตั้งแต่ปี  2493  อดทนมา    จนกระทั่งปี   2541  สามารถแยกบริสุทธิ์  และศึกษาโครงสร้างของฮอร์โมนที่เรียกว่า  อีริโธรปัวอีติน  (Erythropoietin)  ได้จากเลือดของแกะที่โลหิตจาง  อันเป็นรากฐานนำไปสู่การโคลนนิ่งยีนและด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ  ทำให้สามารถผลิตฮอร์โมนดังกล่าวในระดับอุตสาหกรรมออกเป็นยารักษาภาวะโลหิตจางในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังและผู้ป่วยมะเร็งได้อย่างแพร่หลายทั่วโลก   อันนี้เป็นประโยชน์มากในอนาคตสำหรับผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง   โดยเฉพาะเกิดจากไตวายทั้งหลาย 

 

วิจัยวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 

ส่วนด้านสาธารณสุขคือ  ศาสตราจารย์นายแพทย์ฮารัลด์  ซัวร์  เฮาเซน  (Professor  Harald zur Hausen,MD.)   คนนี้เป็นผู้พบว่าไวรัสหูดเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก  ซึ่งส่งผลให้การป้องกันและรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกได้ดีขึ้น  ต่อไปจะเกิดการลดอัตราการเกิดและการเสียชีวิตจากโรคนี้ลงมาก  โดยเฉพาะนำไปสู่การค้นคว้าวัคซีนป้องกัน   คาดว่าในอนาคตจะมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว  อันนี้เป็นข่าวดีสำหรับผู้หญิงทั่วไป

 

การพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล 

งานนี้มีคนหนึ่งที่มาร่วมด้วยคือ  ดร.เค  เอฟ  ชอร์ตทริดจ์    (Professor Kennedy F.Shortride)  ซึ่งได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล  ประจำปี  2541  สาขาการสาธารณสุข  ซึ่งเป็นผู้ค้นพบว่า  มีการระบาดของเชื้อ H5N1 ในไก่ หรือไข้หวัดนก   คนนี้ได้ค้นพบเมื่อปี  2541  และได้รับพระราชทานรางวัลเมื่อปี  2542   แต่ประจำปี 2541   แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการพิจารณารางวัลสมเด็จ      เจ้าฟ้ามหิดล   ซึ่งมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี   เป็นองค์ประธาน  และมีนักวิชาการอีกหลายคนร่วมเป็นกรรมการ   เป็นผู้ที่มองหาคนเก่งได้เก่งมาก   อย่างคนซึ่งพบเรื่องหวัดนก   ซึ่งวันนี้เขาก็แวะมาและให้ความรู้กับสาธารณสุขของเราเป็นอย่างดี    อันนี้เป็นอะไรที่เป็นประโยชน์มาก รางวัลหลายรางวัลที่ทรงพระราชทานไป    บางทีทรงพระราชก่อน   และคนนี้ต่อไปไปได้รับรางวัลโนเบลด้วย  แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการของเรารอบรู้มาก   ที่สรรหาคนซึ่งมีความรู้จริงเข้ามาหลายคน  

 

จัดประชุมเชิงปฏิบัติการแก่นักลงทุนต่างประเทศและในประเทศ

              เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม   ตอนเช้ารัฐบาลได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการแก่นักลงทุนต่างประเทศ  และในประเทศ    ที่สนใจมารับฟังแนวทางการพัฒนาประเทศไทยโดยการลงทุนผ่านโครงการ Mega Projects ที่สำคัญ  ๆ ของเรา    จริง ๆ  ผมอยากจะเล่าให้ฟัง บางคนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ  คือระบบจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาล    ถ้าเป็นโครงการทั่วไปก็มีระเบียบ  มีกติกา  ก็ประมูลกันไป    แต่นี่เป็นโครงการใหญ่ ๆ  ที่เราจะต้องได้รับความรู้จากทั่วโลก   มาเสนอแนะประเทศไทยให้พัฒนาจุดไหน ๆ   แต่ว่าเราเป็นคนพิจารณาว่าอันไหนเหมาะ  อันไหนไม่เหมาะ   บางทีเราอาจจะรู้เทคโนโลยี   รู้ความรู้สมัยใหม่ไม่เท่าทันสิ่งที่มีอยู่ทั้งโลก   เราจึงบอกว่า  เอาอย่างนี้ดีกว่า    ผมอยากเห็นเรื่องการแก้ปัญหาน้ำ    ผมอยากเห็นการลดปัญหาน้ำท่วม   ลดปัญหาน้ำแล้ง    และให้เกษตรกรมีน้ำใช้   ให้ชาวบ้านมีน้ำบริโภค   ให้อุตสาห-กรรมมีน้ำใช้    โดยที่มีแหล่งวัตถุดิบในประเทศไทยอย่างนี้   ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญ     คุณช่วยเสนอผมหน่อยได้ไหมว่าจะให้ทำอะไรบ้าง   และจะมีระบบเทคโนโลยีในการบริหารน้ำเหล่านี้   ให้พอเพียงใช้ได้มากที่สุดทั้งปี   จะไม่ให้ท่วมตอนมีน้ำมาก   ไม่ให้แล้งตอนมีน้ำน้อย   จะทำอย่างไร   เสนอมาเลย    เราก็รู้ว่าประเทศไหนเก่งบ้างก็ไปเชิญมา   และเขาก็มากันมาจากทั่วโลก   ผมจะเสนออย่างนี้ ๆ   เอามาเลย  เสนอแล้วบอกด้วยว่า  เมื่อเสนอแล้ว   เราชอบเทคนิคประเทศนี้ดี   ประเทศนี้ดี   สมมติเราชอบเทคนิค  3  ประเทศ   ก็ไปเสนอกันเข้ามา  ตกลงเท่าไร   เราก็ต้องดูบางประเทศเสนอมาเราชอบมาก    แต่ว่าเป็นไปไม่ได้   แพงเหลือเกิน   เราหาสตางค์ไม่ได้   อาจจะไม่เอา   หรือเขาบอกว่าไม่เป็นไร    เขาแลกสินค้าเกษตรเอง   เพราะเดี๋ยวได้น้ำมา  น้ำก็มาผลิตสินค้าเกษตร   และผ่อนชำระเขาก็แล้วกัน   เขาเอาไปขายเอง   เอาไปใช้เอง   นั่นอาจจะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง   ทำให้เราสามารถที่จะพัฒนาประเทศด้วยความรู้จากทั่วโลก   แล้วความรู้จากทั่วโลกนี้มาส่วนหนึ่ง   เขาหอบเงินมาลงให้เราด้วย   บางบริษัทอาจจะไม่มีเงินพอ    รัฐบาลของเขาก็มีความรู้สึกว่า   อยากได้ธุรกิจให้ประเทศ    ก็อุดหนุนเงินทางด้านธนาคารเพื่อการส่งออกก็ได้    หรือถ้าประเทศนั้นบอกว่า ฉันเป็นประเทศที่ต้องไปช่วยเหลือประเทศยากจน  ฉันซื้อสินค้าเกษตรจากไทยไปช่วยประเทศยากจนก็ได้  แทนที่เขาจะเอาเงินสดไปซื้อจากที่อื่น   แต่ขอให้ประเทศไทยซื้อของจากบริษัทประเทศฉันก็แล้วกัน   ก็เป็นรายการแบบนี้    

 

นักลงทุนสนใจรับฟังข้อเสนอของไทยในการจะพัฒนาประเทศจำนวนมาก 

จากการที่ผมเดินทางไปต่างประเทศ   ผมจะเห็นชัดเลยว่า  ภายใต้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม   คือ  บริษัทใหญ่ ๆ ถูกบังคับว่าต้องโตตลอด   เมื่อต้องโต    ถ้าตลาดในประเทศเขาต่ำ   เขาก็ต้องไปหาตลาดต่างประเทศ     อย่างของเราเปิดเต็มที่ก็มีคนอยากมา   ทีนี้อยากมา   ถ้าเราทำพร้อมกัน   เราอาจจะต้องจ่ายเงินมากไม่ไหว  เขาก็บอกว่า  ทำพร้อมกันก็ได้   แต่จ่ายอย่างละน้อย  เป็นระยะยาว  หรือว่าจ่ายเป็นสินค้าเกษตรไป   หรือผสมผสานกันไป    อันนี้คือแนวที่เป็นที่มาของวิธีคิดเรื่องนี้   ผมก็เรียกทูตมาประชุมอธิบายให้ฟัง  ให้ทูตไปช่วยอธิบายในต่างประเทศ   ปรากฏว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมามีคนมาเยอะมาก    มีนักลงทุนที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าผ่านกระทรวงการต่างประเทศ   1,426   ราย  และมาลงทะเบียนวันประชุมอีก  284  ราย  รวมทั้งหมด   1,837   ราย    หลายประเทศส่งผู้บริหารระดับสูงมา   โดยมาจาก  33  ประเทศ   หลังจากนั้นเราก็ประชุมกลุ่มย่อยแบ่งออกเป็น  5  กลุ่ม ได้แก่   1. กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้าง เช่น  เรื่องของน้ำ ขนส่งมวลชนขนาดใหญ่   2. กลุ่มทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   3. กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร   4. กลุ่มการป้องกันประเทศ   และ 5. กลุ่มอื่น ๆ   ก็มีรัฐมนตรี   ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  คอยอธิบายและให้ข้อมูลเขาตลอดเวลา  

 

การจัดซื้อจัดจ้างในโครงการ   Mega Projects   จะโปร่งใสมากที่สุด

สำหรับพี่น้องประชาชนที่เห็นว่ามีโครงการขนาดใหญ่   ลงทุนมาก  จะรั่วไหลหรือเปล่า   ไม่ต้องห่วง    เราจะมีการพิจารณาอย่างเปิดเผย   ให้มีสื่อมวลชน  อาจจะมีการถ่ายทอดโทรทัศน์วิทยุอะไร  ก็แล้วแต่     เพื่อให้การพิจารณานั้นโปร่งใสเต็มที่    เวลานี้คนต่างชาติจะมากันมาก   เพราะฉะนั้นทุกอย่างเราจะต้องสร้างชื่อเสียงระดับโลกไปเลย   ให้ทุกคนได้เห็นถึงการทำงานอย่างตรงไปตรงมา   นอกจากนั้นเราจะมีผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาช่วยกันวิเคราะห์    วิเคราะห์ว่าอะไรดี   แล้วมาวิเคราะห์ด้านข้อเสนอ  เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย    เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศในลักษณะที่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสที่สุด   การตัดสินทุกอย่างจะไปจบที่ระดับคณะรัฐมนตรี    และสัญญาทุกอย่างจะถูกเปิดเผยหมด  ไม่มีปิดบังแม้แต่ขั้นเดียว   ทุกขั้นเปิดเผยหมด   ใครอยากจะมาดู  ใครอยากจะมาฟัง  มาได้ตลอดเวลา   อันนี้เป็นครั้งแรก   หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกยังไม่เคยทำ   ภาคเอกชนใหญ่ ๆ เวลาจะซื้อของ  ส่วนใหญ่แล้วจะให้แข่งขันกันแบบนี้  และผลสุดท้ายคู่ที่สู้กันก็สู้กันอย่างเต็มที่เลย   เพราะระบบตรงไปตรงมา   เขาสู้กันเต็มที่     เมื่อสู้เต็มที่เราก็จะได้ของที่ดีที่สุด    ในราคาที่เหมาะสมที่สุด   ถูกที่สุด  

 

รับข้อเสนอทางเทคนิคจากนักลงทุน  28 เมษายนนี้  

              ขณะนี้คิดว่าวันที่  28  เมษายน   เราจะรับข้อเสนอทางเทคนิคแล้ว   จะไม่เหมือนลักษณะของการประกวดราคาทั่วไป   คือให้ผู้ที่รู้ทั้งหลายเข้าไปร่วมกันเสนอแนวทางที่ดีที่สุดของประเทศ    ซึ่งเราอาจจะรู้แนวทางอย่างหนึ่ง   แต่ว่าบางทีเรานึกไม่ถึงว่ามีอีกแนวทางหนึ่ง  ดีมาก  เขาเสนอมาเราเห็น    อันนี้ใช้ได้เลย   ใช้ได้กี่คน   ใช้ได้  5  คน   ก็เอามาเสนอราคาแข่งกัน    เท่าที่ดูแล้วมีคนสนใจที่จะเข้าแข่งขันมากพอสมควรทีเดียวจาก  33  ประเทศ 

 

ออกระเบียบ  e-Auction เพื่อป้องกันการฮั้วประมูล 

วันที่  1  กุมภาพันธ์นี้  จะมีการเริ่มใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วย  วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์   พ.ศ. 2549   หรือเรียกว่า   e-Auction e-Auction ในอดีตไม่แข่งกันจริง  มีการฮั้วกัน   ผมเลยให้แก้วิธีการทำ e-Auction  ให้เปิดเวทีเหมือนเวทีสู้กันเลย   เอาตรง ๆ  และต้องไปดูตั้งแต่สเปก  ไม่ใช่ว่าฮั้วกันตั้งแต่สเปก  เราได้มีการแก้ระเบียบและจะติดตามต่อไป   ถ้าระเบียบนี้ยังนำไปสู่การฮั้วอยู่   เราต้องปรับปรุงอีก   เพราะฉะนั้นเราต้องปรับปรุงไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ   เพื่อให้ลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกระดับให้ได้   ผมพยายามดูและสดับตรับฟังข่าวคราวอยู่ตลอดเวลา

 

ผู้นำชุมชนเริ่มเข้าใจการจัดทำแผนชุมชน

              เมื่อวันจันทร์ที่  23 มกราคม   ผมได้ไปเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการพัฒนาศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลงในหมู่บ้าน/ชุมชน  ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้  จอมเทียน  เป็นโครงการ  SML  ที่กระทรวงมหาดไทย  โดยกรมการพัฒนาชุมชน   ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  และสำนักงานพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชน  (SML)  จัดขึ้น   เราจัดขึ้นเพื่ออะไร   เพื่อจะเชิญบรรดาผู้นำทั้งหลาย   ผู้ว่าราชการจังหวัด    ผู้นำท้องถิ่น   ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   มาร่วมกันสัมมนา   โดยการใช้งบประมาณที่รัฐบาลได้จัดสรรให้ประชาชน   ในการแก้ปัญหาของเขาเองในระดับหมู่บ้านชุมชน  ได้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของเขาเอง    บังเอิญว่าตอนนี้ชุมชนต่าง ๆ  ได้มีผู้นำชุมชนขับเคลื่อน   เช่น  ลุงประยงค์  (นายประยงค์  รณรงค์)  ที่ได้รับรางวัลแม็กไซไซ   ลุงอัมพร  ด้วงปาน   แม่ทองดี   จากภาคเหนือ   ผู้ใหญ่บ้านวิบูลย์  เข็มเฉลิม   ได้ร่วมกันให้ความรู้กับประชาชน   สร้างผู้นำชุมชนในที่ต่าง ๆ ในที่สุดคนเหล่านี้เขาก็เริ่มเข้าใจคำว่า “แผนชุมชน”    เขาเขียนแผนชุมชน  เวลานี้ประมาณร่วมหมื่นหมู่บ้านมีแผนชุมชนแล้ว   แผนชุมชนคืออะไร   คือการที่ประชาชนเขานั่งรวมกัน  ระดมสมองกัน   ว่าชุมชนของเขามีปัญหาอะไรบ้าง   แนวทางในการแก้ปัญหาของเขาควรมีอะไรบ้าง   เขาบริโภคอะไร  เขาซื้ออะไรบริโภค   เขาจะนำไปสู่การเป็นชุมชนที่มีความพอเพียงทางเศรษฐกิจตามแนวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างไร  แนวเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นแกนกลางสำหรับการแก้ปัญหาของทุก ๆ ระดับ    เพราะต้องเริ่มต้นที่ความพอเพียง  อันไหนไม่พอเพียงคือยากจน   อันไหนเกินตัวก็คือยากจน    เริ่มต้นที่พอเพียง   แล้วหลังจากนั้นเป็นการที่จะเหลือออมเหลือใช้ก็เป็นไปตามศักยภาพของชุมชน   หรือของรายครอบครัว  

 

การขับเคลื่อนระดับชุมชนของประเทศเข้มแข็งมาก          

แนวทาง SML นี้ได้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างแผนชุมชนกับการนำเงินที่ได้ไปแก้ปัญหาตามแผนของเขาที่ได้ตกลงกันไว้   ที่ไหนมีแผนชุมชนเขาเร็วมาก    ได้เงินมาเขาสามารถทำงานได้เลย   และทำงานถูกต้องแม่นยำ   ในการแก้ปัญหาส่วนรวมของหมู่บ้านและชุมชนได้    ซึ่งผมไปเห็นหลายที่เขาทำได้ดีทีเดียว    มีการมาจัดสัมมนาขึ้นเพื่อให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน   เพื่อให้มั่นใจว่าชุมชนสามารถพึ่งตนเองและเข้มแข็งได้     สิ่งเหล่านี้อาจจะพูดแล้ว   คนในเมืองอาจจะได้ยินมานาน   และคงคิดว่าไม่ไปไหน   แต่ขณะนี้การขับเคลื่อนระดับชุมชนของประเทศเราเข้มแข็งมาก   ชาวบ้านเริ่มรวมตัวกัน   เริ่มคิดร่วมกัน   เริ่มแก้ปัญหาร่วมกัน  พอได้เงินงบประมาณเข้าไปแก้   หมู่บ้านละ   200,000  บาท  250,000  บาท   300,000  บาท  แล้วแต่ขนาด   ปรากฏว่าหลายหมู่บ้านเริ่มแก้ปัญหาตัวเองได้   ถ้าเราทำอย่างนี้สัก  4-5  ปี   ผมเชื่อว่าชุมชนต่าง ๆ  จะเริ่มเข้มแข็ง  พร้อมไปกับการแก้ปัญหาความยากจนในรายครอบครัว   ในที่สุดแล้วประเทศเราจะเข้มแข็งมาก   เศรษฐกิจจะแข็งแรงมาก    ถ้าชาวบ้านมีสตางค์   ชาวบ้านก็มีการใช้จ่าย    เมื่อใช้จ่าย  ชาวบ้านก็ต้องมาซื้อข้าวของในเมือง    ข้าวของในเมืองเมื่อขายหมด   ก็ต้องสั่งจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตในกรุงเทพฯ  กับปริมณฑล    เศรษฐกิจจะเชื่อมโยงกันไปหมดทั้งระบบ   ทีนี้ถ้าชาวบ้านมีกำลังผลิตมากขึ้น   และประเทศดำเนินการเรื่องต่างประเทศได้ดีขึ้น    มีที่ขายมากขึ้น   ก็ส่งออกสินค้าเกษตรมากขึ้น   สินค้าทางหัตถกรรมของชาวบ้านมากขึ้น    ชาวบ้านจะมีเงินมากขึ้น   การจับจ่ายใช้สอยในประเทศ   เศรษฐกิจในประเทศจะเปลี่ยนแปลงขึ้น    นี่คือการที่พยายามจะทำในทุก ๆ ภาคส่วน    เพื่อให้ความเข้มแข็งเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างดี   เมื่อเข้มแข็งขึ้น  เศรษฐกิจดีขึ้น    ลูกหลานก็ได้เรียนหนังสือมากขึ้น   ลูกหลานจะฉลาดมากขึ้น    ลูกหลานเมื่อจบมาแล้วจะมีงานทำในระดับที่สูงขึ้น    อีกหน่อยก็เลี้ยงดูพ่อแม่ได้   ก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำทั้งระบบพร้อม ๆ กัน 

 

ไฟไหม้ครัวการบินไทยไม่กระทบต่อการเปิดสนามบิน

              เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (24 ม.ค.)  หลังเลิกประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว   ผมไปประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ      ก่อนจะเริ่มประชุมแวะไปดูความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ที่ครัวการบินไทย    เท่าที่ไปตรวจดูและได้รับรายงานจากผู้บริหารทราบว่า  จุดที่เกิดไฟไหม้อาจจะต้องทุบพื้นนิดหน่อยไม่มาก    ส่วนอาคารทั่วไปแข็งแรง    ไฟที่ไหม้ส่วนใหญ่ไหม้ฉนวนหุ้มท่อความเย็น    มีห้องเครื่องเย็นที่เสียหาย    ความเสียหายทั้งหมดถูกดูแลโดยประกันภัย    และพื้นที่ที่เสียหายทั้งหมดรวมกันแล้วไม่เกิน  30  เปอร์เซนต์ของพื้นที่ทั้งอาคาร    ดูแล้วสามารถที่จะทำความสะอาดรื้อถอนสิ่งปรักหักพังทั้งหลายออกไปได้ภายในเวลา  2  เดือน   แล้วประกอบข้างหน้า   และนำกลับเข้าไปติดตั้งอีก  2  เดือนเสร็จ   แล้วตรวจเช็กทำอะไรให้เรียบร้อยอีก  1  เดือน  ประมาณ  5  เดือน  คิดว่าคงไม่มีปัญหา  น่าจะทันช่วงเปิดสนามบิน  เพราะส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับการเปิดสนามบิน   เป็นครัวการบินไทย   สมมติว่าตัวอาคารทั้งหมด   ยังไม่เสร็จดี  เหลืออีกนิดหน่อย  ก็ไม่เดือดร้อน  เพราะเพียง 30 เปอร์เซ็นต์   เขามีแผนรองรับหมดแล้ว  เพราะฉะนั้นจึงต้องเรียนพี่น้องประชาชนว่า   ไฟไหม้ครัวการบินไทยไม่กระทบต่อการเปิดสนามบินและการบริหารกิจการ    เรื่องอาหารและครัวของการบินไทย    สิ่งที่เกิดขึ้นต้องเป็นบทเรียนในการแก้ปัญหา   เพื่อความไม่ประมาทในการแก้ปัญหาต่อไป   

 

สนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดให้บริการได้ทันในเดือนมิถุนายน 

              การประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นต้องทำทุกเดือน   เพราะใกล้จะเปิดแล้ว    เพื่อให้มั่นใจว่าเปิดทันแน่นอน   และเรียบร้อย    สิ่งที่เป็นปัญหาที่กลัวว่าจะเปิดสนามบินไม่ทันนั้นทุกสนามบินจะอยู่ที่ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ  เพราะว่าจะต้องทดสอบกันจนมีความแม่นยำสูง    และยิ่งของเราจะเป็นสนามบินแรก ๆ   เพราะเป็นสนามบินใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีในการตรวจวัตถุระเบิดอัตโนมัติ   หรือเครื่อง CTX   รวมทั้งต่อสายพานด้วย    สายพานยาวหลายกิโลเมตร    จะมีซอฟต์แวร์  2  ตัว  ซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งคือซอฟต์แวร์คุมสายพาน   ซอฟต์แวร์อีกตัวหนึ่งคือเครื่องตรวจกระเป๋า  ตรวจระเบิด   ซอฟต์แวร์ 2 ตัวนี้    ขณะนี้ได้เข้าโปรแกรมได้เขียนเข้ากันเชื่อมกันเรียบร้อยแล้ว   ได้มีการทดลองแล้ว  ปรากฏว่ามีข้อที่ผิดพลาด   เช่น  ต้องปรับมุม  ปรับองศา  ของสายพานนิดหน่อยไม่มาก  เท่าที่ดูแล้วมั่นใจว่าไม่มีปัญหา  เสร็จทัน   ถ้าตัวสายพานลำเลียงกระเป๋าทัน   ตัวอื่นดูแล้วไม่มีปัญหา   ตัวอื่นจะใช้เวลาน้อยกว่ามาก    คิดว่าที่เราตั้งใจไว้ว่าจะเปิดปลายเดือนมิถุนายนนั้น    น่าจะไม่มีปัญหา   แต่ว่า        ทั้งหมดนี้จะต้องกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ   แล้วแต่จะพระราชทานวันมา   คาดว่าประมาณปลายเดือนมิถุนายนนี้เราพร้อมแล้ว   ก็แล้วแต่จะทรงโปรดฯ  ว่าเป็นวันไหนก็เป็นวันนั้น 

 

ต้องคำนึงถึงการให้บริการที่ดี 

              ขณะนี้มีเรื่องที่เขาขออนุมัติคราวที่แล้วคือการจัดระบบรถที่จะขนคนเข้า-ออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ    มีทั้งรถบัสที่เป็นบัสโดยตรง  กับรถบัสทั่วไปคือรถบัส ขสมก.   และมีทั้งรถลีมูซีนแบบแท๊กซี่ที่เช่าตรงจากสนามบินไปบ้าน   หรือสนามบินไปโรงแรม     เขาขออนุมัติกัน   เขาไปเตรียมการกันมา  ค่อนข้างเรียบร้อย    ผมเน้นย้ำว่าทั้งหมดนี้  ไม่ใช่ว่าเราต้องการค่าสัมปทาน    แต่ต้องการการบริการที่ดี   และไม่ไปขูดรีดผู้โดยสาร   อันนั้นเป็นหลัก     เพราะอาชีพของการท่าอากาศยานนั้น   เป็นอาชีพเรื่องของสนามบิน   ส่วนเรื่องของการบริการนั้น  เป็นสิ่งที่เป็นหน้าที่     ขอให้คำนึงถึงการบริการที่ดีและถูก

 

 

ดูแลพื้นที่สำหรับคนพิการ

              ก่อนประชุมมีกลุ่มคนพิการมาบอกว่ายังห่วงพื้นที่บางจุดที่ต่ำกว่ามาตรฐาน  ในการที่จะให้คนพิการเดินทางไปมา   ผมได้มอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  (พลเอก ชัยนันท์   เจริญศิริ) ไปดู   อันไหนที่เราปรับปรุงได้ให้รีบทำ  ก่อนที่สนามบินจะเปิด    เพื่อให้คนพิการใช้สนามบินได้   ส่วนเรื่องอื่น ๆ ไม่มีปัญหาอะไร    ส่วนใหญ่ความก้าวหน้าของงานก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

นำเงินจากต่างประเทศเข้ามาเติมเพื่อให้ประเทศได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่

วันพุธที่ผ่านมา (25 ม.ค.)  ผมได้ไปกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม  Citigroup’s Annual Fixed Income Investor   คือนักลงทุนทั้งหลายที่เป็นลูกค้าของซิตี้กรุ๊ป    จากการที่ผมไปนิวยอร์กเมื่อเดือนกันยายน 2548   มีนายโรเบิร์ต  รูบิน  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ซึ่งขณะนี้เป็นประธานซิตี้กรุ๊ปของสหรัฐอเมริกาอยู่   ได้มาพบ  และบอกว่าปกติงานนี้จะจัดกันที่ฮ่องกง   ปีนี้อยากจะจัดที่ประเทศไทย    โดยเอานักการธนาคาร  ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน   นักลงทุนทั้งหลาย   กว่า  500  คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  มาประชุมกัน  และอยากให้ผมไปให้เกียรติไปกล่าวสุนทรพจน์ให้เขาหน่อย    ผมเลยไป    เพราะว่าพวกนี้เป็นพวกที่ลงทุน   เงินมาก   และเราคิดว่าต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เขา   เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมอยากจะเรียนพี่น้องอย่างนี้ว่า  ประเทศทุกประเทศ  เศรษฐกิจจะเติบโตได้ต้องมีหลายปัจจัย   ปัจจัยแรกคือเงินในประเทศไม่พอหรอก   ต้องเอาเงินต่างประเทศเข้ามาเติม  เพื่อให้ประเทศได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่   เหมือนกับบริษัททุกบริษัท  ทุนจดทะเบียนไม่พอหรอก   ต้องอาศัยเงินกู้    ต้องอาศัยการเพิ่มทุนในตลาดหลักทรัพย์   บริษัทถึงจะเติบโตใหญ่โตขึ้น    เหมือนกันครับถ้าประเทศไทยจะเติบโต    ถ้าเราบอกว่าจะปลูกข้าว  ปลูก   มันสำปะหลังขาย   ปลูกยางพาราขาย  เลี้ยงกุ้งเลี้ยงไก่อย่างเดียว   และอย่างอื่นไม่ทำด้วย   ไม่พอครับ  ไม่พอที่จะมีเงินพอที่จะเลี้ยงคนไทย  60  กว่าล้านคน   เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีการผลิตสินค้าเพื่อส่งออก    การผลิตสินค้าเพื่อส่งออก   จะต้องมีนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศทำ  

 

ต้องทำให้เงินไหลเข้าประเทศมากกว่าไหลออก

นักลงทุนไปขยายกิจการมากมาย    สร้างถนนหนทาง  สร้างอะไรต่ออะไร    เงินไม่พอ     ก็ต้องกู้เงินต่างประเทศบ้าง  หรือว่าชวนต่างประเทศมาลงทุน  และเอาเงินที่เขามาลงทุนมาพัฒนาประเทศบ้าง    นอกจากนั้นเราจะต้องขายสินค้าของเราให้ได้   และซื้อสินค้าให้น้อยเท่าที่จำเป็น   ซื้อมาผลิตและส่งต่อไม่เป็นไร    แต่ถ้าซื้อมาบริโภคมากเกินไป   อันนี้ไม่ดี   ชวนคนมาเที่ยว   เขาก็เอาสตางค์มาทิ้งไว้ที่นี่   มากินมาเที่ยว   มาซื้อสินค้าเกษตรเรา  กินอาหารเข้าไป  เหมือนกับส่งออกสินค้าเกษตรผ่านพุงเข้าไป    จะทำให้เรามีเงินไหลเข้าในประเทศ   ทำอย่างไรถึงจะให้เงินไหลเข้ามากกว่าไหลออก    ถ้าไหลเข้ามากกว่าไหลออก   เราจะมีเงินสำรองระหว่างประเทศสูงขึ้น   เมื่อสูงขึ้นเรื่อย  ๆ ความน่าเชื่อถือของประเทศก็ดี  เหมือนกับว่า  มีเงินออมมากนั่นเอง    อันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องมองภาพรวมทุกภาพ  อย่างการที่เงินไหลเข้ามาในประเทศมากขึ้น   เงินไหลเข้ามาก็เป็นเงินดอลลาร์    ดอลลาร์ก็นำไปแลกที่ธนาคารแห่งประเทศไทย   ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีเงินดอลลาร์เป็นเงินสำรองไป  และคนที่โอนเข้ามาจะเปลี่ยนเป็นเงินบาท    เงินบาทจะเอาไปลงทุน   ไปซื้อของหรือไปฝากธนาคาร    ถ้าเงินบาทไปฝากธนาคารเพิ่มขึ้น  ธนาคารเมื่อมีเงินฝากมากขึ้น   ธนาคารต้องจ่ายดอกเบี้ยให้คนฝากเงิน    เพราะฉะนั้นธนาคารต้องหาทางเอาเงินฝากนั้นไปปล่อยกู้   เพื่อให้ดอกเบี้ยสูงกว่า   เงินกู้สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก   ธนาคารจะได้รับผลต่างของเงินฝากกับเงินกู้   ธนาคารที่เกลี่ยกันไม่ได้   ธนาคารต้องผลักดันการปล่อยกู้   เมื่อผลักดันการปล่อยกู้หมายความว่า   บริษัทเล็กบริษัทน้อยก็ได้รับการกู้เงิน   เมื่อได้กู้เงินก็จะไปขยายกิจการ   ขยายกิจการก็หมายความว่า  มีการลงทุนเพิ่มขึ้น   จ้างงานมากขึ้น  เด็กลูกหลานที่จบมาจะมีงานทำมากขึ้น    ถ้ากิจการไม่ขยาย  ลูกหลานจบมาแต่ละรุ่นจะไม่มีงานทำ  ถ้ากิจการขยายหมายความว่า  จำนวนงานก็ขยายขึ้น   สามารถรับคนงานได้มากขึ้น   เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ   ถ้าเราไม่เข้าใจตรงนี้    เราจะไปมองปัญหาทีละจุด    คนนั้นก็จะวิจารณ์จุดหนึ่ง  คนนี้วิจารณ์จุดหนึ่ง    ต่อภาพกันไม่ถูก  แต่ทั้งหมดเป็นภาพที่ต้องต่อกัน    ไม่มีแยกส่วน   ถ้าไม่มีแยกส่วนเราจะเข้าใจมากขึ้น   แต่ถ้าคิดแยกส่วน    สมมติว่ามีเจตนาดี   บางทีเขาไม่เข้าใจ    พอไม่เข้าใจ   จะทำให้คนที่ฟังแล้วไม่เข้าใจ  ก็ไม่เข้าใจต่อไป  

 

ระบบเศรษฐกิจต้องเติมพลังด้วยเงินลงทุน

ผมจึงพยายามอธิบายว่าระบบเศรษฐกิจทั้งหมด   เป็นระบบที่ต้องเติมพลังด้วยเงินลงทุน   และเงินลงทุนคืออะไร   เงินลงทุนคือเกิดการขยายการจ้างงาน   เมื่อคนมีงานทำ  คนก็มีสตางค์ใช้   ก็ไปซื้อของ    ไปซื้ออาหาร   เกษตรกรก็ปลูกพืชผักเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอะไรได้   เกษตรกรก็มีรายได้เลี้ยงครอบครัว   มีรายได้ส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ   เป็นระบบที่จะต้องเติมกันด้วยเงินตลอดเวลา   ไม่ใช่เป็นเพราะว่าอะไร    ก็เงิน   อะไรก็เงิน   แน่นอนครับมีหลายปัจจัย   แต่เงินเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องสร้างบรรยากาศแห่งการ         ลงทุน  บรรยากาศแห่งการท่องเที่ยว   บรรยากาศแห่งการขยายตัวในการลงทุนในประเทศ  บรรยากาศความสามารถในการทำเกษตรและส่งออกไปขายต่างประเทศได้    บรรยากาศเหล่านี้ต้องสร้างต้องทำตลอดเวลา   รวมทั้งเรื่องของการแก้ปัญหาความยากจนนั้นก็คือ   การให้คนที่เปลี่ยนเป็นภาระของสังคม  เปลี่ยนเป็นพลังของสังคม  เปลี่ยนจากภาระที่ต้องได้รับการช่วยเหลืออุดหนุนมาเป็นพลังในการผลิต    ผลิตของเพื่อขาย    ขายใช้ในชุมชน    ชุมชนพอเพียง   เหลือก็ส่งออกไปนอกชุมชน   นอกชุมชนเหลือก็ส่งออกไปนอกประเทศนั่นเอง    อันนั้นเป็นระบบของวัฏจักรของเศรษฐกิจที่อยากจะอธิบายให้พี่น้องเข้าใจ

 

ต้องสร้างความเชื่อมั่น  เชื่อถือ  ให้กับประเทศ

              เพราะฉะนั้นทำไมถึงเวลามีนักลงทุนมา    เราถึงต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ  ถ้าเขามีความ เชื่อมั่นในประเทศ   เงินทองจะไหลเข้าประเทศ   เศรษฐกิจทุนนิยมคำเดียวเลย   คำว่า  เชื่อมั่น  เชื่อถือ  ถ้ามีคำว่า เชื่อมั่น  เชื่อถือ  กระดาษเป็นเงิน    แต่ถ้าไม่มีความเชื่อมั่น  ไม่มีความเชื่อถือ   เงินแท้ ๆ เป็นกระดาษไม่มีค่าเลย   เหมือนกับตอนที่เขาไม่เชื่อถือเรา   แล้วหอบเงินออกนอกประเทศไทยยามวิกฤตเศรษฐกิจที่       ผ่านมา    ค่าเงินบาทจาก 1  ดอลลาร์  25 บาท  วิ่งไปถึง  50 กว่าบาทเกือบ 60  บาท   นั่นคือความไม่เชื่อถือเรา   แต่วันนี้ความเชื่อถือกลับมา   50 กว่าบาทเกือบ 60   บาท ก็ลงมาเหลือที่  38-39   บาท   อันนี้เป็นอะไรที่เราจะต้องรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ    ความน่าเชื่อถือของประเทศไว้ต่อไป    ผมถึงต้องยอมเดินทางไปต่างประเทศ  รับแขกต่างประเทศ     ไปพบนักธุรกิจ  ไปพบรัฐบาลประเทศต่าง ๆ  เพราะว่าต้องการสร้างความเชื่อถือประเทศ   เมื่อสร้างความเชื่อถือประเทศ  เงินทองไหลเข้า   การลงทุนมา   การท่องเที่ยวมา   เพราะฉะนั้นจะทำให้ประเทศแข็งแรงต่อไป  

 

ตั้งตลาดพันธบัตรเอเชียเพื่อเพิ่มการลงทุนในเอเชีย 

สิ่งที่ผมได้พูดกับบรรดานักลงทุนของซิตี้กรุ๊ปอีกเรื่องหนึ่งคือ   ตลาดตราสารพันธบัตรแห่งเอเชีย     ผมบอกกับเขาว่า    ขณะนี้เงินของเอเชียถูกนำไปฝากนอกเอเชีย     นอกจากไม่ช่วยทำให้พัฒนาเอเชีย   เอเชียนี้รวมทั้งไทยก็ถือเป็นหนึ่งในเอเชีย    ถ้าเงินออกไปนอกเอเชีย  เงินไม่ได้เอามาพัฒนาเอเชีย แล้วเอเชียจะแข็งแรงได้อย่างไร   แล้วซ้ำร้ายไปกว่านั้น   เวลาเงินออกไปข้างนอก    ไปล้นที่ใดที่หนึ่ง อย่างที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่นี้ว่าถ้าเงินไปฝากอยู่ที่ธนาคารในสหรัฐอเมริกา   ธนาคารต้องมีหน้าที่หาดอกเบี้ยมาให้คนฝากเพราะฉะนั้นถ้าหากเศรษฐกิจนั้นรับไม่ไหว  เงินฝากมาก    ถ้ารับไหว   เงินฝากนั้นจะกลายเป็นเงินกู้เพื่อไปขยายการลงทุน  แต่สมมติว่าถ้าเศรษฐกิจนั้นรับไม่ไหว    เงินฝากมาก   เงินนั้นจะเอาไปเก็งกำไร  ซึ่งขณะนี้เกิดขึ้นแล้วว่า   เงินนั้นไปทะลักอยู่ที่อเมริกามาก    ธนาคารของอเมริกาก็เอาเงินนี้ไปเก็งกำไรน้ำมัน    วันนี้คนทั่วโลกต้องใช้น้ำมันแพงกว่าราคาที่ควรจะเป็นตามหลักอุปสงค์อุปทานประมาณ   15  ดอลลาร์ต่อบาร์เรล   เราไม่ต้องคิดอะไรมาก    15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล    ถ้าสมมติแปลงเป็นราคาน้ำมันตกประมาณดอลลาร์หนึ่ง   30  สตางค์      15  ดอลลาร์ก็ประมาณ 4.50   บาท   คือเราซื้อน้ำมันแพงกว่าหลักอุปสงค์อุปทานไปประมาณ 4.50  บาทต่อลิตร  เพราะว่าระบบเก็งกำไรที่มีอยู่ทั่วโลก      ซึ่งผมไปที่ไหนผมก็โวยวายตลอด    แต่เป็นหลักของระบบทุนนิยม    ที่เป็นอย่างนั้นจริง      ถ้าเงินเข้าไปทะลัก   ธนาคารต้องไปหาทางที่จะไปปล่อยกู้    ปล่อยกู้ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่พอ   เพราะเศรษฐกิจเล็กกว่าเงินที่มีอยู่มาก     ก็ไปภาคเก็งกำไร    เพราะฉะนั้นวันนี้เราถึงต้องบอกว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพันธบัตรเอเชีย เพื่อที่จะให้เงินที่เหลืออยู่ในเอเชียเกิดการลงทุนเพิ่มในเอเชีย    ถ้าเกิดการลงทุนเพิ่มใน เอเชีย   หมายความว่าเศรษฐกิจเอเชียขยายตัวสูงขึ้น  ลูกหลานจบมาก็มีงานทำมากขึ้น  มีการจ้างงานมากขึ้น การจับจ่ายใช้สอยในเอเชียก็สูงขึ้น   ไม่อย่างนั้นเงินเอาไปสร้างความเจริญให้กับประเทศนอกเอเชีย    แล้วยังไม่พอ     ยังไปสร้างการเก็งกำไรและเป็นภาระกับเอเชียอีก    นี่คือสิ่งที่ผมประกาศบอกเขาไป

 

กระทรวงวัฒนธรรมมีความสำคัญต่อการสร้างมูลค่าเพิ่ม

วันพุธที่ผ่านมา (25 ม.ค.)   ผมมีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง  เดือนละหนตามปกติงวดนี้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพ    ผมก็ไปฝากเขา 3-4 เรื่อง   เรื่องหนึ่งคือว่า ช่วงต่อไปนี้โลกทั้งโลกตื่นตัวคำว่า  การสร้างมูลค่าเพิ่ม คือ  Value Creation   สมมติว่า เราผลิตสินค้าขึ้นมาตัวหนึ่ง    แล้วเราขายไปธรรมดา    เรียกว่าเป็นการขายของขั้นพื้นฐาน   แต่ถ้าสมมติว่า เราเพิ่มมูลค่า ขึ้นมาตกแต่งทำโน้นทำนี่ให้ดีขึ้น    เรียกว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าธรรมดา    แต่การจะสร้างมูลค่าเป็น Value Creation   จะต้องมีการออกแบบเอง   มียี่ห้อเอง  มีการสร้างความสวยงามขึ้นมาด้วยภูมิปัญญาเรา เพราะฉะนั้นกระทรวงวัฒนธรรมจึงเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญต่อ  Value   Creation    เพราะถ้าเราสามารถมี  Value Creation   หรือมีการสร้างมูลค่า    สินค้าเราแทนที่จะขายได้ 10 บาท  ขายได้ 500  บาทยังได้    อยู่ที่การสร้าง   บางทีของต้นทุน 10  บาท   สามารถขายได้ 500   บาทก็ได้  อยู่ที่จะสร้างมูลค่าอย่างไร   เพราะฉะนั้นวัฒนธรรม  ความละเมียด   ความมีศิลปะ  ความมีสุนทรียะของคนไทยมีสูง   แต่ทำอย่างไรถึงจะเป็นเรื่องที่เอามาช่วยทำให้สร้างมูลค่า วัฒนธรรมกับเทคโนโลยีสารสนเทศคล้ายกันครับ มันสอดแทรกเข้าไปได้ทุกอย่าง   วัฒนธรรมสอดแทรกเข้าไปได้ใน OTOP  เทคโนโลยีสารสนเทศสอดแทรกเข้าไปได้ในเรื่องของชีววิทยา เรื่องของเกษตร   เรื่องอะไรก็ได้   เพราะฉะนั้นเป็นลักษณะของการที่เราจะต้องสอดแทรกสิ่งเหล่านี้เข้าไปเพื่อสร้างมูลค่า จึงเน้นว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะต้องคิดแบบนี้ด้วย    นอกเหนือจากการอนุรักษ์ตามปกติ   การอนุรักษ์ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไม่ใช้    แต่ต้องใช้แล้ว   ต้องไม่ให้หมดไปเสื่อมไปนั่นเอง  คือการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง

 

เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย

อีกเรื่องที่ผมฝากไว้คือ  อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย   คือขณะนี้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย    ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร   ถ้าหันไปดูเกาหลี     ประธานาธิบดีเกาหลีเขาเล่าให้ผมฟังเมื่อปี 2544 ว่าเขาจะส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเขา ปรากฏว่า แค่ปี  2545  2546  2547   เท่านั้น    เราเห็นชัดเลยว่า เกาหลีไปไกลมาก  จากเดิมที่เกาหลี    คนไม่ไปเที่ยวเลย  แต่วันนี้คนไปเที่ยวเกาหลีมาก     เพราะความรู้สึกเขามองว่า   เด็กผู้ชายเกาหลีหน้าตาดี    ผู้หญิงเกาหลีก็หน้าตาน่ารัก    มีวิวมีทิวทัศน์สวยงาม   จากการเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านหนัง   วันนี้ทุกประเทศติดละครเกาหลีเป็นแถว   นักร้องเกาหลีก็ยังดัง   อันนี้เป็นอะไรที่เราต้องมารีบดูของเราเหมือนกัน   เพราะเราก็เก่ง     แต่บังเอิญว่าตลาดของเราเล็ก     เมื่อตลาดเล็กก็ไม่กล้าลงทุนมาก    เมื่อไม่กล้าลงทุนมากคุณภาพก็ไม่ถึง    คุณภาพไม่ถึงก็ไปสู่สากลไม่ได้   จึงต้องบอกว่าไปหาทางดูว่า  จะต้องทำอย่างไร     เป็นเรื่องที่ผมได้ฝากกับกระทรวงวัฒนธรรมไป

 

หาสถานที่แสดงผลงานด้านศิลปะให้เด็กและเยาวชน

อีกเรื่องที่ฝากไว้คือว่า เด็กเก่ง ๆ  วาดรูปสวย ๆ งาม ๆ  มาก     ต้องหาเวทีขายให้เขา   เขาจะได้มีกำลังใจ    อีกหน่อยเขาจะได้พัฒนาขึ้นมา  และยังไม่พอ    คนไทยที่มีสุนทรียะ  หรือคนไทยที่ชอบงานศิลป์   เขาอาจจะยอมซื้อรูปที่ยังถูกอยู่  1,000-2,000 บาท  ไปติดที่ผนังบ้าน  ความมีสุนทรียะก็เกิดขึ้นไป จิตใจจะเป็นผู้ที่คิดในเชิงสร้างสรรค์มากกว่าคิดทำลาย   ถ้าคนไม่ชอบศิลปะถึงแม้วาดรูปไม่เป็น   แต่ชอบชื่นชมไม่เป็น    คนเหล่านี้จิตใจอาจจะแข็งกระด้าง   แต่ถ้าเรามีคนซึ่งชอบงานศิลปะจิตใจจะนุ่มนวลขึ้น   ก็จะเป็นเรื่องสันติภาพ   เรื่องของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของคนไทยได้     เป็นเรื่องที่กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องปรับปรุงแนวทาง   เพื่อส่งเสริมสิ่งเหล่านี้    และยังมีอีกหลายเรื่องที่ได้พูดกันไป

 

 

จัดแสดงนิทรรศการงานฉลองสิริราชสมบัติครบ  60  ปี

ผมได้ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ  60  ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    ซึ่งปีนี้จะต้องจัดยิ่งใหญ่มาก   จะมีการจัดแสดงนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่มากในช่วงเดือนพฤษภาคม  ที่อิมแพ็ค  เมืองทองธานี    เป็นนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ   พระราชกรณียกิจต่าง ๆ  ที่จะให้ปัญญากับสังคมไทย  ใช้ความพระปรีชาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   เพื่อที่จะ       พระราชทานปัญญาให้สังคมไทยได้เกิดความคิดในการดำรงชีวิต    และในการประกอบอาชีพของตนเอง  ไม่ว่าจะเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่    เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง    เรื่องการแก้ปัญหาทางการเกษตรหลายเรื่อง   ทั้งเรื่องน้ำ    เรื่องดินต่าง  ๆ เป็นต้น   จะเป็นนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่มาก   เดือนพฤษภาคมจะขอเชิญพี่น้องอีกครั้งหนึ่ง    ขณะนี้มีสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีต่างประเทศ จะเสด็จฯ  มาร่วมงานในวันที่ 12-13 มิถุนายน   จากทั้งหมดที่มี 28 ประเทศ    ขณะนี้ตอบรับยืนยันมาทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการแล้ว 22 ประเทศ     มีสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีเสด็จฯ    ด้วยพระองค์เอง 14 ประเทศ    ตอนนี้จักรพรรดิของญี่ปุ่นได้ทรงตอบรับที่จะเสด็จฯ  แล้ว    กษัตริย์แห่งสวีเดน     กษัตริย์จอร์แดน   และมีอีกหลายพระองค์      ผู้แทนพระองค์ส่วนใหญ่เป็นมกุฎราชกุมารบ้าง    เป็นพระราชโอรส      พระราชธิดาบ้าง    ที่จะเสด็จฯ   มากัน    เป็นเรื่องที่คนไทยจะภูมิใจมากในวันนั้น

 

อบต.ร่วมมือกับรัฐบาลแก้ปัญหาความยากจน

ผมได้มอบนโยบายในการประชุมใหญ่ให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบล  ที่เชียงใหม่   เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา   สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)   เขาน่ารักมาก  อบต.ทั่วประเทศอาสาที่จะร่วมมือกันกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจนแสดงว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้  เริ่มเข้าใจว่า  ประชาชนคือศูนย์กลาง    คนที่มาจากการเลือกตั้งต้องยึดประชาชน   ถ้าคนมาจากการเลือกตั้งไม่ยึดประชาชน    ผิดหลักของประชาธิปไตย    หลักประชาธิปไตยคือว่า อำนาจเป็นของปวงชน    โดยปวงชน   เพื่อปวงชน   เมื่ออำนาจเป็นของปวงชนโดยปวงชนเพื่อปวงชนนั้น     ถ้าหากว่าคนที่ได้รับการแต่งตั้งนั้น  ถือว่ามาจากประชาชน  และยังไม่ทำงานให้ประชาชน   อันนั้นใช้ไม่ได้ วันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับ อบต. เขาตื่นตัวกันมาก  คุณนพดล   แก้วสุพัฒน์    นายกสมาคม        องค์การบริหารส่วนตำบล   กรรมการทั้งหลาย    เขาพร้อมที่จะจัดงบประมาณของเขาเองส่วนหนึ่ง   นอกเหนือจากการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน   เขาจะไปแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างในการดำเนินชีวิตของคนของเขา  ร่วมกับทางภาครัฐบาล    ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ารักมาก     เพราะว่าประชาชนของ อบต. คือประชาชนระดับตำบล  อบต. จึงเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุดและเมื่อองค์กรปกครองส่วน      ท้องถิ่นที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด   แล้วรัฐบาลร่วมกันทำงาน     เพราะจุดแตกหักในการเอาชนะปัญหาทุกอย่างอยู่ที่ระดับครัวเรือน   ชุมชนเข้มแข็งแต่ครัวเรือนยังลำบากบางครัวเรือน   อาจจะดี    แต่ยังดีไม่พอ  ก็ต้องทั้งชุมชนและลงไปถึงครัวเรือนเลย    เพราะฉะนั้นการที่มี อบต. เข้ามาร่วมเป็นสิ่งที่ทำให้การแก้ปัญหาเร็วขึ้น

 

เร่งจัดทำบัตร   Smart Card  ให้ประชาชน

เมื่อวานนี้ (27 ม.ค.)  ผมได้ประชุมเรื่องการจัดทำบัตร   Smart Card    บัตร  Smart Card        คือกุญแจดิจิตอลที่จะเป็นเครื่องมือในการให้ประชาชนได้รับการบริการจากภาครัฐดีขึ้น  สะดวกขึ้น และภาครัฐจะได้มีข้อมูลในการให้บริการตรวจสอบการให้บริการ  ไม่ให้มีทุจริตคอรัปชั่นในการให้บริการประชาชน   ไม่ให้ประชาชนต้องลำบากในการเข้ารับบริการ   เพราะฉะนั้นผมจึงต้องเร่ง  Smart Card เพราะเราประมูลมาครั้งแรกได้มา 12 ล้านบัตร  ตอนนี้เพิ่งใช้ไปล้านเดียว   ก็จะให้เร่ง เขายืนยันว่าหลังจาก  เข้าที่เข้าทางแล้ว   คิดว่าเดือนสิงหาคม  12  ล้านบัตรจะหมด   จะให้มีการประกวดราคาอีก 13 ล้านบัตร   เพื่อใช้ถึงสิ้นปี   และจะมีการระดมและออกไปทำบัตรกันทั่วไปหมด   หลังจากที่ทำเสร็จที่  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว  ศูนย์เคลื่อนที่เหล่านี้จะระดมไปทำบัตรตามโรงงานบ้าง  ตามโรงเรียน  ตามมหาวิทยาลัยบ้าง   ตามศูนย์การค้าบ้าง    เพื่อให้ประชาชนได้ทำบัตรใหม่    บัตรที่มีไมโครชิฟอยู่ด้วยนั้นเป็นกุญแจ  ทุกคนต้องมีกุญแจ      กุญแจจะมีรหัส 13 หลัก   คือหมายเลขประจำตัวของทุกท่านเป็นหลัก ต่อไปจะใช้เป็นบัตรเดียวใช้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใช้แทนบัตรทอง ใช้แทนบัตรประชาชน ใช้แทนบัตร  นักศึกษา ใช้ได้หมด  เพราะทุกอย่างจะถูกเก็บอยู่ในฐานข้อมูลของทุกหน่วยงาน  แต่การ์ดนี้เป็นเพียงแค่กุญแจ  ข้อมูลไม่ได้อยู่ในนี้ทั้งหมด   ข้อมูลจะอยู่ที่คอมพิวเตอร์เพื่อการป้องกันการเป็นส่วนตัวของทุกท่าน ข้อมูลนี้เป็นเพียงกุญแจส่วนตัวเท่านั้นเอง   ก็ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน   ขณะนี้เครื่องมีอยู่แล้วทุกอำเภอ แต่บางอำเภอนั้นประชาชนยังไปทำน้อย   เพราะเครื่องสามารถทำได้วันหนึ่ง  100    กว่าบัตร แต่ปรากฏว่าบางอำเภอมีคนไปทำวันละ 10-20 คน  เพราะฉะนั้นขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่ยังไม่มีบัตรที่มีไมโครชิฟสีทอง     ติดอยู่บนบัตรประชาชน    ขอให้ไปทำได้เลย  แล้วทำได้ทุกคน    อายุมากๆ  ก็ทำได้    เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ในการใช้บริการ   ในการให้ทุนการศึกษาเด็กๆ   เด็กๆ อายุไม่ถึง 15 ปีก็ทำได้  วันนี้เราต้องการให้คนไทยทุกคน 63 ล้านคนมีบัตร  Smart Card  ตัวนี้   จะเร่งทำไปเรื่อย ๆ   คิดว่าภายในปี 2551 63 ล้านคนจะมีบัตร     มีกุญแจประจำตัวทุกคน    ก็เชิญชวนครับ 

 

ปราบปรามมาเฟียรถตู้

เรื่องที่ผ่านการประชุมของคณะรัฐมนตรี ผมได้สั่งการให้มีการปราบมาเฟียรถตู้   ขณะนี้ทุกคนได้ลงไปดู    ก็รู้แล้วว่าใครอยู่เบื้องหลัง    ต้องหาทางที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน   ออกหมายจับและขจัดมาเฟีย  ซึ่งเป็นคนมีสีร่วมกับคนมีสีก็มี    คนมีสีปั้นนักเลงขึ้นมา   เพื่อเป็นมือเป็นไม้หาเงินหาทองกัน ขูดรีดกันผลสุดท้ายคนจนที่ทำมาหากินก็โดนขูดรีดกันอยู่อย่างนี้    ไม่ไหว  ผมสั่งให้จัดการเต็มที่ และสั่งให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพราะแหล่งท่องเที่ยวเริ่มมีเสื่อมโทรมหลายที่   ได้ให้มีการพัฒนาเป็นการเร่งด่วน

 

มาตรการการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  

กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอมาตรการการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์   คือได้รับข้อเสนอมาจากคณะที่คัดค้านเรื่องของเหล้าเข้าตลาดหลักทรัพย์   ให้ไปเอาข้อเสนอเหล่านี้ไปนั่งพิจารณาประชุมร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความพอดี    คือเป็นไปไม่ได้ที่เราจะบอกว่า จะไม่ให้มีการดื่มแอลกอฮอล์เลย   แต่ว่าทำอย่างไรให้การดื่มแอลกอฮอล์นั้นไม่ไปทำลายเด็กๆ ไม่ไปมอมเมา ไม่ให้เกิดพิษสุราเรื้อรัง  ควรจะเป็นเพียงแค่การดื่มเพื่อสังคมเท่านั้น  ไม่ใช่ว่าเป็นอะไรที่มากมาย  ก็ให้หาความพอดีกัน เพราะแน่นอนจะให้บอกว่า  บริสุทธิ์ผุดผ่อง   เป็นไปไม่ได้    เพราะในร่างกายมนุษย์มีเชื้อโรคอยู่ 18 เปอร์เซ็นต์  เพื่อให้มนุษย์แข็งแรง   ถ้าเชื้อโรคมีน้อยกว่านี้ก็ไม่แข็งแรงติดเชื้อง่าย   เชื้อโรคมีมากกว่านี้ก็กัดกร่อนอวัยวะภายใน   ก็ตายเร็ว อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องปรับปรุง

 

เจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น

มีแขกต่างประเทศมาพบ     มีนายโชซากุ   ยาซุย (Mr. Shosaku Yasui) ประธานคณะกรรมการการค้าและเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น  ของสมาพันธ์องค์กรเศรษฐกิจญี่ปุ่น (Nippon-Keidanren)   เขามาสัมมนากันที่ภูเก็ต     ท่านรองนายกรัฐมนตรี สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์     ไปดูแลอยู่ เขามาเล่าให้ฟังว่า  ทั้งสองฝ่ายไทยและต่างประเทศกำลังเร่งเรื่องของการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEP)ใกล้จะเสร็จแล้ว  เดือนเมษายนนี้น่าจะลงนามได้

 

แผนปฏิบัติการร่วมระหว่างไทย-สวีเดน

นางไลลา  ไฟรวัลด์  (Mrs.Laila  Frievalds)   รัฐมนตรีต่างประเทศสวีเดนก็มาเยือน  และมีการลงนามแผนปฏิบัติการร่วมกันระหว่างไทยกับสวีเดน  โดยเฉพาะเน้นเรื่องการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว    ซึ่งคนสวีเดนออกมาเที่ยวมากที่สุดคือประเทศไทย    เป็นอันดับหนึ่ง   เมื่อก่อนนี้เป็นสเปนเป็นอันดับหนึ่งของเขา   ตอนนี้ประเทศไทยกลายเป็นอันดับหนึ่งแล้ว

 

รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนคณะแพทย์อาสาสมัครฯ

คณะแพทย์และพยาบาลอาสาสมัครไทยและนานาชาติจากสหรัฐอเมริกา มาเยี่ยมประเทศไทยทุกปี   และพากันไปผ่าตัดให้กับเด็ก ๆ  คนยากจนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้   และในภาคอีสาน พวกเป็นโรคเพดานโหว่  ปากแหว่ง   เก่งมากครับ  วันหนึ่งผ่าได้ 160 คน   ซึ่งผมก็ชื่นชมและขอบคุณและพร้อมที่จะให้รัฐบาลสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่

 

ร่วมงานเกียรติยศจักรดาว  ประจำปี  2548 

เมื่อคืนนี้ไปร่วมงานเกียรติยศจักรดาว  ประจำปี 2548  ที่โรงเรียนเตรียมทหารจัดขึ้นที่นครนายก    มีผู้ที่ได้รับรางวัลอยู่    9  คน   คือ  พลเอก สิริชัย   ธัญญสิริ  ปลัดกระทรวงกลาโหม  พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน    ผู้บัญชาการทหารบก  พลเรือเอก  สถิรพันธุ์   เกยานนท์  ผู้บัญชาการทหารเรือพลอากาศเอก ชลิต   พุกผาสุก   ผู้บัญชาการทหารอากาศ    พลเอก พงษ์เทพ    เทพประทีป   กรรมการอำนวยการมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์     พลเอก ทวีป  จันทรโรจน์   ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาห-กรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร  และเป็นผู้ที่กว้างขวางในวงการกีฬามวยสมัครเล่น   พลตำรวจโท สมศักดิ์  แสงโสภา ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พลเอก ทศรฐ เมืองอ่ำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พลโท กมล แสงอิสระ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า    ซึ่งเป็นคนดีมีความสามารถ    เป็นศิษย์เก่าเตรียมทหารที่ดีเด่น    วันนี้คงใช้เวลาพี่น้องมามากแล้ว  ขอจบแค่นี้ก่อนครับ ขอให้มีความสุขทุกท่าน   สวัสดีครับ

-----------------------

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่  สำนักโฆษก

จินตนา  ถอดเทป/เรียบเรียง

 

 

ข่าวประจำวัน : 31 January 2006
แหล่งที่มา
อ่าน 358





ย้อนกลับ
 
เกี่ยวกับศูนย์วิทยบริการ  เกี่ยวกับศูนย์วิทยบริการ
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
เจ้าหน้าที่ของศูนย์วิทยบริการ อย.  บุคลากร
 
      
 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

since 21/02/44 World Map  

ศูนย์วิทยบริการ
ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω