หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
320420 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 100
 
ข่าวประจำวัน : โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย-อาการเจ็บขา

โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย-อาการเจ็บขา

ดูแลสุขภาพ : โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายและอาการเจ็บขา : วันจันทร์ที่ 16 ม.ค. 55

          เรามักจะเข้าใจกันว่าอาการปวดน่อง ปวดขา เกิดจากโรคในระบบกระดูกและข้อ หรือบางคนคิดว่าเป็นอาการปกติของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการมักจะเป็นมากขึ้นเวลาที่เดินหรือออกกำลังกาย จริงๆ แล้วสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายมักเกิดจาก

หลอดเลือดแดงส่วนปลายคืออะไร

           หมายถึงหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ยกเว้นหัวใจและสมอง เช่น หลอดเลือดแดงที่ แขน ขา มือ เท้า หรือในช่องท้อง ซึ่งหลอดเลือดแดงเหล่านี้มีหน้าที่เลี้ยงทั้งกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบประสาท มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าหลอดเลือดหัวใจ

 โรคของหลอดเลือดแดงส่วนปลายเกิดได้อย่างไร

           เกิดจากความเสี่ยงของผนังหลอดเลือดโดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือด การสูบบุหรี่ โรคอ้วน หรืออายุที่มากขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้หลอดเลือดแดงเกิดการตีบ ตัน หรือมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นได้

 อาการของโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายที่ขา

  - ปวดเท้า ปวดน่อง โดยเฉพาะเวลาที่เดินหรือออกกำลังกาย

 - เท้ามีอาการชา หรือสีซีดลง ในบางรายอาจมีอุณหภูมิที่ผิวหนังเย็นลง

 - แผลที่เท้าหรือส้นเท้าที่รักษายาก หายช้า มักพบในผู้ที่มีเบาหวานร่วมด้วย บางครั้งแผลอาจลุกลามจนเกิดเนื้อเน่าตาย

   อาการเหล่านี้อาจมีได้ข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้

 จะตรวจหาโรคนี้ได้อย่างไร

           ความสำคัญของการวินิจฉัยโรคนี้ นอกเหนือจากจะช่วยหยุดยั้งอาการของโรคโดยเฉพาะที่ขาได้แล้ว ยังมีความสำคัญในการช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแดงของหัวใจและสมองได้อีกด้วย

          การวินิจฉัยง่ายๆ ที่ทำได้คือ การวัดความแข็งตัวของหลอดเลือดแดงที่แขนเปรียบเทียบกับที่ข้อเท้า โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ABI ซึ่งสามารถทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถวินิจฉัยโรคได้ในเบื้องต้น

          หากแพทย์ต้องการดูรายละเอียดมากขึ้น ก็จะใช้เครื่องมือทางรังสีวินิจฉัย เช่น เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CTA) หรือเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มาช่วยในการตรวจดูรายละเอียดของหลอดเลือด ส่วนการตรวจที่ให้รายละเอียดและความแม่นยำมากที่สุดคือ การตรวจด้วยวิธีสวนหลอดเลือด หรือ Angiogram

 มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง

           ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของการตีบตันของหลอดเลือด การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การทานยาร่วมกับการออกกำลังกายของขา กรณีเป็นมากขึ้นอาจใช้วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน หรือใส่อุปกรณ์ถ่างขยายที่ทำจากขดลวด (Stent) กรณีที่มีความจำเป็น หรือโรครุนแรงมาก อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อเชื่อมต่อหลอดเลือด (Bypass)

 จะป้องกันโรคได้อย่างไร

           ต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ เช่น หยุดสูบบุหรี่ ควบคุมเบาหวาน ไขมัน และความดัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุควรใช้วิธีการเดินหรือปั่นจักรยาน การออกกำลังกายจะเห็นผลได้ต้องทำอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน และเมื่อมีอาการปวดเท้า ปวดน่อง โดยเฉพาะเวลาเดินหรือออกกำลังกาย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

 ----------

โรงพยาบาลกรุงเทพ  โทร.1719

----------

(หมายเหตุ : ดูแลสุขภาพ : โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายและอาการเจ็บขา : วันจันทร์ที่ 16 ม.ค. 55)

----------

ข่าวประจำวัน : 16 January 2012
แหล่งที่มา คม ชัด ลึก
อ่าน 174





ย้อนกลับ
 
เกี่ยวกับศูนย์วิทยบริการ  เกี่ยวกับศูนย์วิทยบริการ
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
เจ้าหน้าที่ของศูนย์วิทยบริการ อย.  บุคลากร
 
      
 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

since 21/02/44 World Map  

ศูนย์วิทยบริการ
ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω