หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
320320 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 19
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 48858
ข่าวประจำวัน : “โรคตาแห้ง” อย่าละเลย ทำมองภาพไม่ชัด เสี่ยงตาอักเสบได้

เผยแพร่:    ปรับปรุง:    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

แพทย์ชี้ “โรคตาแห้ง” ทำมองเห็นลดลง มองภาพไม่ชัด อย่าละเลยปล่อยไว้จนอักเสบ อาจทำให้เป็นอันตรายต่อดวงตา ชี้ หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป เสี่ยงกว่าคนวัยอื่น สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งจ้องหน้าจอ อ่านหนังสือนานๆ ใส่คอนแทคเลนส์ไร้คุณภาพ อาการแห้ง อยู่ที่มีฝุ่นแดดจ้า

นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคตาแห้งถือเป็นโรคทางตาชนิดหนึ่งเป็นภาวะที่น้ำตาหล่อลื่นลูกตาไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการระคายเคือง แสบตา เหมือนมีฝุ่นอยู่ในดวงตาตลอดเวลา อาการตาแห้งสามารถพบได้ในทุกเพศและทุกวัย แต่จะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยผู้หญิงที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงสูงมากกว่าในวัยอื่น โรคตาแห้งแม้จะไม่ร้ายแรง แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้กระจกตาเป็นแผลโรคตาแห้งสามารถเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรืออ่านหนังสือ เป็นเวลานานๆ การใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้คุณภาพ ห้องปรับอากาศที่มีอากาศแห้ง สถานที่ที่มีฝุ่น มีแสงแดดจ้า หรือในกลุ่มผู้ที่มีการใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาแก้แพ้ ยาลดความดันโลหิตบางชนิด เป็นต้น

นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า โรคตาแห้งทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของดวงตาลดลง ทำให้มองเห็นภาพไม่ชัด และหากใส่คอนแทคเลนส์จะมีการระคายเคืองมาก เกิดการอักเสบได้บ่อยครั้ง ทั้งนี้หากมีอาการดังกล่าวข้างต้น ให้รีบมาปรึกษาจักษุแพทย์ทันทีไม่ควรละเลย ซึ่งแพทย์จะซักประวัติและอาจทดสอบโดยการวัดปริมาณน้ำตา โดยให้ผู้ป่วยหลับตา แล้วใช้แถบกระดาษกรองมาตรฐานวางไว้ที่ซอกเปลือกตาด้านล่างช่วงหางตาแล้วเริ่มวัดระยะความเปียกของกระดาษจากขอบตาหากปริมาณน้ำตาเป็นปกติจะวัดแถบน้ำตาที่ได้ 10 มิลลิเมตรขึ้นไป หรือหากมีอาการตาแห้งอย่างรุนแรง แพทย์จะใช้วิธีอุดรูระบายน้ำตาด้วย คอลลาเจนขนาดเล็กเข้าไปในรูท่อน้ำตา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตาขึ้นเพื่อขังน้ำตาที่มีอยู่ให้หล่อเลี้ยงตาอยู่ได้นานๆ สำหรับการดูแลรักษาดวงตา ควรหลีกเลี่ยงการปะทะแสงแดดและลม ส่วมแว่นกันแดดเป็นประจำ หรือใช้น้ำตาเทียมตามที่แพทย์แนะนำ ในกรณีที่ต้องจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ควรกะพริบตาบ่อยๆ หรือหลับตาเพื่อพักสายตา

 

https://mgronline.com/qol/detail/9610000101432

ข่าวประจำวัน : 11 October 2018
แหล่งที่มา ผู้จัดการ
อ่าน 24





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω