หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
219319 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 54
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 48965
ข่าวประจำวัน : ระวัง! ติดเชื้อในช่องปากจาก "รีเทนเนอร์"

เผยแพร่:    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

ทันตแพทย์เตือน รักษา "รีเทนเนอร์" ไม่ดี เสี่ยงเกิดเชื้อรา แบคทีเรียสะสม ทำมีกลิ่นปาก ติดเชื้อในช่องปาก ย้ำใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน หากพบอาการบวมแดง ผิดปกติ ให้รีบพบหมอฟันทันที

นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การมีฟันเก ฟันห่าง ฟันที่เรียงซ้อนกัน หรือฟันที่สบกันไม่พอดี รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับขากรรไกรที่ส่งผลต่อการเคี้ยวอาหาร ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ประสิทธิภาพในการเคี้ยวอาหารลดลง และยังเป็นอุปสรรคต่อการทำความสะอาด ส่งผลต่อสุขภาพทางช่องปากและฟันตามมา ดังนั้น การจัดฟันจึงมีผลดีต่อสุขภาพช่องปากและฟัน เพราะเมื่อฟันเรียงตัวกันอย่างมีระเบียบ การทำความสะอาดจะง่ายขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดฟันผุและโรคเหงือก ทั้งนี้ฟันที่สบกันสนิทจะทำให้เคี้ยวอาหารได้อย่างละเอียด ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับการพูด ที่เกิดจากการสบของฟัน นอกจากนี้ การจัดฟันยังช่วยเพิ่มความสวยงามของฟัน ทำให้พูดหรือยิ้มได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรจะจัดฟันหรือไม่ จึงขอให้ประชาชนรับบริการจากสถานพยาบาลโดยตรง ไม่ควรจัดฟันกับสถานบริการหรือบุคคลที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ ตลอดจนซื้ออุปกรณ์จัดฟันจากโฆษณาทางสื่อออนไลน์มาใช้เอง เพราะอุปกรณ์อาจไม่ได้มาตรฐานและเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปาก

ทพ.สมศักดิ์ ศรีพนารัตนกุล ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กล่าวว่า การจัดฟันมีอยู่หลายประเภท วิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับปัญหาของฟันและกระดูกขากรรไกรของผู้ป่วยแต่ละราย โดยระยะเวลาที่จะเห็นผลดีของการจัดฟัน อยู่ในช่วง 18 - 24 เดือน หลังการจัดฟันจนกระทั่งฟันเรียงตัวเรียบร้อยแล้ว ทันตแพทย์จะถอดอุปกรณ์จัดฟันออกและใส่เครื่องมือคงสภาพฟันหรือ รีเทนเนอร์ เพื่อคงสภาพฟันและช่วยป้องกันฟันเคลื่อนตัวกลับไปตำแหน่งเดิมหรือผิดปกติไปจากเดิม วัสดุที่ใช้มักทำจากโลหะและพลาสติกมีขนาดแตกต่างกันไป เช่น รีเทนเนอร์แบบลวดเส้นเดียว รีเทนเนอร์แบบใส และรีเทนเนอร์ชนิดถาวร ผู้จัดฟันควรดูแลรักษารีเทนเนอร์ โดยขณะที่ใส่ไม่ควรเล่นรีเทนเนอร์หรือใช้ลิ้นดันไปมาจนหลุด เนื่องจากจะทำให้หลวม หากต้องถอดรีเทนเนอร์ เมื่อรับประทานอาหารควรนำใส่กล่องเก็บรีเทนเนอร์ทันที ไม่ควรห่อกระดาษชำระหรือใส่กระเป๋า เพราะจะทำให้รีเทนเนอร์แตกหักได้

ทพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ารีเทนเนอร์หายหรือชำรุดควรแจ้งทันตแพทย์ให้ทราบโดยเร็ว เพื่อทำรีเทนเนอร์ใหม่ ป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อน นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดรีเทนเนอร์โดยใช้แปรงสีฟันขนนุ่มแปรงเบาๆ ด้วยน้ำสบู่ให้ทั่ว แช่น้ำยาเม็ดฟู่ หรือแช่น้ำส้มสายชูเจือจางในกรณีที่มีคราบหินปูนสะสมหรือมีคราบสกปรก รวมทั้งควรเปลี่ยนรีเทนเนอร์ตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์แนะนำ หากละเลยการทำความสะอาดอาจส่งผลให้รีเทนเนอร์เปลี่ยนสี มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ เกิดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา รวมทั้งอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อในช่องปาก ทั้งนี้ หลังใช้รีเทนเนอร์แล้วพบว่าเหงือกหรือเนื้อเยื้อภายในช่องปากบวมแดงหรือพบอาการผิดปกติใดๆ ภายในช่องปาก ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์ และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจส่งผลให้รีเทนเนอร์เสียหาย เพื่อคงอายุการใช้งานรีเทนเนอร์ให้นานที่สุด

 

https://mgronline.com/qol/detail/9610000110795


ข่าวประจำวัน : 7 November 2018
แหล่งที่มา ผู้จัดการ
อ่าน 11





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω