หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
320420 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 86
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 49234
ข่าวประจำวัน : อย.จ่อออก กม.ลูก ขยายข้อบ่งใช้ "กัญชา" กลุ่มโรคไม่มีงานวิจัยคลินิก ผ่านช่องทางพิเศษ

เผยแพร่:    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

อย.เล็งออก กม.ลูก ทำหลักเกณฑ์ใช้ "กัญชา" รักษาโรคกลุ่มที่ยังไม่ผ่านการวิจัยทางคลินิก ให้ใช้ได้ผ่านช่องทางพิเศษ ชี้ เป็นความตกลงระหว่างแพทย์ผู้รักษาและคนไข้ หลังคณะกรรมการฯ ฟันน่าจะมีประโยชน์ เช่น พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ "หมอธีระวัฒน์" เผยภาคประชาสังคม ม.รังสิต สภาการแพทย์แผนไทยเตรียมทวงถาม "สนธิรัตน์" หลังไทยรับปากญี่ปุ่นเข้าร่วม CPTPP ทำติดสิทธิบัตรกัญชา ผลิตใช้เองไม่ได้

วันนี้ (8 ม.ค.) นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ว่า เดิมที่ประชุมมีมติให้มีการใช้กัญชาทางการแพทย์ 4 กลุ่มโรคเท่านั้น คือ ลมชักในเด็ก กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง ผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนจากการได้รับยาเคมีบำบัด และอาการปวดเรื้อรัง โดยจะต้องมีการศึกษาปริมาณความต้องการใช้เพื่อกำหนดการปลูกและผลิต แต่ล่าสุดที่ประชุมให้มีการดำเนินการศึกษาอีก 2 กลุ่มโรค คือ กลุ่มโรคที่น่าจะมีประโยชน์ทางการแพทย์ อาทิ โรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ เครียด และการใช้ในผู้ป่วยระยะสุดท้าย ส่วนอีกกลุ่ม คือ กลุ่มที่อาจจะมีประโยชน์ เช่น การใช้นำมันกัญชาในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ซึ่งจะต้องเริ่มวิจัยตั้งแต่หลอดทดลอง และคลินิกต่อไป โดยรอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไปจัดทำกรอบการดำเนินการต่อไป 

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษประกาศใช้ แต่ระหว่างนี้ อย.ก็เร่งทำอนุบัญญัติหรือกฎหมายลูก 8 ฉบับ ซึ่งจำนวนนี้มีกฎกระทรวง 2 ฉบับที่ต้องรอให้ พ.ร.บ.ประกาศใช้ก่อน ถึงจะออกได้ แต่ประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 3 ฉบับ และประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษอีก 3 ฉบับ ถ้าแล้วเสร็จก็สามารถประกาศใช้ได้เลย ซึ่งคาดว่าเร็วๆ นี้ เพราะขณะนี้คืบหน้าไปมาก ทั้งนี้ ในกฎหมายลูกมีการพูดถึงเรื่องการใช้กัญชาในกลุ่มที่ 2 ซึ่งน่าจะมีประโยชน์ทางการแพทย์ หรือเป็นยาที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการวิจัยทางคลินิกด้วย โดยจะให้ใช้ผ่านช่องทางพิเศษได้ โดยจะมีการทำหลักเกณฑ์ วิธีการ ในคนไข้บางภาวะโรคที่มีความต้องการใช้ จะต้องเป็นความเห็นร่วมกันระหว่างแพทย์และคนไข้ ซึ่งเรื่องนี้จะมีการรับฟังความเห็นจากวิชาชีพที่เกี่ยวข้องต่อไป 

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา กรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ฯ กล่าวว่า ขณะนี้ข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ขยายกว้างมากขึ้น ซึ่งทั้ง 4 กลุ่มโรคมีหลักฐานชัดเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว ส่วนกลุ่มที่ 2 จะต้องมีการทำความเข้าใจกับคนไข้และแพทย์ในการใช้ว่า ไม่สามารถรักษาให้หายได้ เช่น โรคทางสมอง พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ หรือการเจ็บปวด แต่ก็อยากให้ขยายใช้ในกลุ่มคนที่มีความจำเป็น แต่รักษาทางอื่นไม่ได้แล้ว เช่น คนสูงอายุ 80-90 ปี ที่มีอาการปวดเข่า แต่ไม่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า หรือกินยาแก้ปวด เพราะยากัดกระเพาะได้

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พยายามทำกันมาทั้งหมดจะสูญเปล่าทันที เพราะขณะนี้คำขอสิทธิบัตรกัญชา กรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ยังไม่ดำเนินการยกเลิก และยังพบว่า รัฐบาลไทยไปรับปากรัฐบาลญี่ปุ่นว่า จะแสดงความจำนงเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ซึ่งจะครอบคลุมเรื่องอนุสัญญาการคุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งมีเรื่องของกัญชาด้วย หมายความว่าประเทศไทยไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาที่ไทยผลิตได้ หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์กัญชาจากประเทศอื่นที่นอกเหนือจากญี่ปุ่น หากใช้ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตร ดังนั้น วันที่ 11 ม.ค. 2562 ภาคประชาสังคม 3 คน มหาวิทยาลัยรังสิต 3 คน และสภาการแพทย์แผนไทย จะเดินทางไปพบนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เพื่อทวงถามความชัดเจนเรื่องนี้ 

"จากสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำมา ตั้งแต่การไม่แบนสารเคมี 3 ตัวในภาคเกษตรกรรม จนมาถึงเรื่องของการใช้กัญชาทางการแพทย์ ทำให้ผมตัดสินใจได้อย่างชัดเจนมากว่า จะไม่เลือกพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาลต่อแน่นอน" ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

 

https://mgronline.com/qol/detail/9620000002586

ข่าวประจำวัน : 9 January 2019
แหล่งที่มา ผู้จัดการ
อ่าน 17





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω