หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
764764 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 97
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 49235
ข่าวประจำวัน : "ยาลดไขมัน" ใช้มากจนเกินความจำเป็นกันหรือไม่?

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีความกังวลเรื่องการใช้ยาลดไขมัน เนื่องจากเกิดคำถามว่า ใช้มากจนเกินความจำเป็นหรือไม่ เนื่องจากเมื่อมีการตรวจสุขภาพ และพบว่าปริมาณไขมันชนิดไม่ดี หรือ Low Density Lipoprotein (LDL) เกินมาก็จะให้ยาลดไขมันทันที จริงๆ แล้วมีงานวิจัยที่ลงในวารสารต่างประเทศ ระบุว่าไขมันเลวเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่สาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน แต่จริงๆ ยังมีปัจจัยอื่น คือภาวะการอักเสบภายในร่างกาย ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นเลือดหัวใจและสมองตีบตันได้เช่นกัน

"เมื่อไปตรวจไขมันและพบว่าปริมาณไขมันเลวสูงขึ้น ทั้งที่ผู้ป่วยอาจไม่มีประวัติครอบครัวหรือตนเองป่วยโรคหัวใจ หรือเส้นเลือดสมองก็ตาม เมื่อไปตรวจและพบว่าไขมันสูง แพทย์จะนำเข้าสูตรการคำนวณว่า มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเส้นเลือดสมองหรือหัวใจตีบใน 10 ปีหรือไม่ ซึ่งวิธีการคำนวณแบบนี้ ทางสหรัฐอเมริกากำหนดไว้เข้มงวดจนกลายเป็นว่าคนสหรัฐเอง แม้ไม่เคยเป็นโรคหัวใจ หรือเส้นเลือดสมองก็ตาม กลายเป็นว่า 1 ใน 4 คนก็ต้องรับยาลดไขมันทั้งหมด เราก็เดินตาม จึงเกิดคำถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่เราต้องกินยาไขมันไปตลอด ทั้งที่อาจไม่ใช่ เพราะปัจจุบันมีหลักฐานต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ"

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า รายงาน ปี 2017 วารสารนิวอิงแลนด์ พิสูจน์การอักเสบเป็นปัจจัยสำคัญของเส้นเลือดตีบ และในปีเดียวกัน จาก PURE study มีการพิสูจน์ว่าถ้ากินแป้งมากเกินไป ขาดพืชผักผลไม้กากใย กลับทำให้เป็นโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดตีบในสมอง และเกิดมะเร็ง สรุปคือไขมันเลวเกิดจากการกินอาหาร แต่ไม่ใช่ตัวการใหญ่ที่ทำให้เส้นเลือดอุดตัน แต่ต้องประกอบด้วยการอักเสบภายในร่างกายด้วย

การวัดปริมาณไขมันเลวต้องไม่เกินเท่าไหร่ และต้องมีการตรวจการอักเสบของร่างกายอย่างไร ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า บางแห่งบอกว่าต้องไม่เกิน 130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL) แต่หลายแห่งก็ขึ้นอยู่กับอายุ กับความเสี่ยงอื่นๆ แต่โดยรวมคือเวลาเราเจาะเลือดโดยที่เราไม่มีโรคประจำตัวอะไรมาก่อน เราจะดูแต่ระดับเฉยๆ ไม่ได้ แต่ต้องดูอย่างอื่นๆ ด้วย แทนที่จะเริ่มจากการกินยา ให้ปรับพฤติกรรมอันดับแรก ต้องดูแลสุขภาพตัวเอง ที่สำคัญต้องไม่สูบบุหรี่ หากดื่มแอลกอฮอล์ หลายคนเกิดคำถามว่า หากดื่มบ้างได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าอย่าดื่มจนมากเกินไป 1-2 แก้วก็ไม่เป็นอะไร สิ่งสำคัญคือ หากปรับพฤติกรรมทั้งอาหารการกิน ออกกำลังกายแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องกลับไปปรึกษาแพทย์ว่า ควรต้องตรวจระดับการอักเสบของร่างกาย หรือไม่ หรือจะกินยาลดไขมันเลย

ข่าวประจำวัน : 9 January 2019
แหล่งที่มา
อ่าน 17





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω