หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
764864 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 68
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 49491
ข่าวประจำวัน : ใช้เทคโนโลยีชีวภาพตรวจฤทธิ์สมุนไพรเป็นตัวเลขครั้งแรกของโลก

เผยแพร่:    ปรับปรุง:    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

สกว.หนุนศิริราชพัฒนาสมุนไพรแบบก้าวกระโดด ใช้เทคโนโลยีชีวภาพตรวจฤทธิ์เป็นตัวเลขครั้งแรกของโลก

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หนุนนักวิจัยศิริราชพัฒนาสมุนไพรและยาตำรับโบราณอย่างเป็นระบบแบบก้าวกระโดด โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพวิเคราะห์ตรวจจับฤทธิ์ออกมาเป็นตัวเลขครั้งแรกของโลก หวังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสู่ตลาดโลกและรักษาโรคสำคัญได้จริง พร้อมเชิญเอกชนทดสอบกลไกการออกฤทธิ์และพัฒนายาร่วมกัน

ภก.ดร.ศิวนนท์ จิรวัฒโนทัย ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวระหว่างการบรรยายเรื่อง “การพัฒนายาสมุนไพรโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ” ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ว่าสมุนไพรและยาแผนโบราณเป็นสมบัติของชาติที่สามารถดูแลสุขภาพคนในประเทศและเป็นพื้นฐานการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามข้อมูลชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาสมุนไพรในรูปแบบที่ทำอยู่ในปัจจุบันจะไม่สามารถก้าวไปได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากขาดองค์ความรู้จำนวนมาก ทำให้เกิดวิกฤตในการแข่งขันกับต่างชาติ รวมถึงการถดถอยของพื้นที่ป่าความหลากหลายทางธรรมชาติ และองค์ความรู้เก่าแก่ที่เริ่มขาดหายไปพร้อมกับคนรุ่นเก่า 

"การพัฒนาสมุนไพรจึงควรทำอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง และโรคไม่ติดต่อ เช่น เบาหวานและความดันโรคหัวใจ ในผู้สูงอายุมากขึ้น ฤทธิ์ของสมุนไพรจะต้องได้ประโยชน์ครอบคลุมการรักษาหรือบรรเทาหรือป้องกันโรคเหล่านี้จึงจะมีคุณค่าทางเศรษฐกิจและดูแลผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง แต่ปัญหาคือ ขาดความรู้ด้านกลไกการออกฤทธิ์ที่ชัดเจน โดยในช่วง 30 ปีหลังมียาที่พัฒนาจากยาสมุนไพรหรือยาตำรับแผนโบราณทั่วโลกไม่เกิน 3 ชนิด ซึ่งถือว่าช้าและไม่สามารถตอบสนองกับความต้องการในการพัฒนาประเทศได้ ขณะที่ไทยเองยังไม่มียาใดเข้าสู่การใช้ด้านคลินิกอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับโรคร้ายแรงในระดับนี้ การวิจัยสมุนไพรที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ก่อนที่ความได้เปรียบและความหลากหลายทางชีวภาพของเราจะหมดไป" 

ภก.ดร.ศิวนนท์ ระบุว่าสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและระดมสมอง คือ การหากลยุทธ์เพื่อพัฒนายาสมุนไพรและยาตำรับโบราณให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุด โดยมีปัญหาใหญ่ 4 ข้อที่ต้องเอาชนะให้ได้ คือ 1.จะศึกษาฤทธิ์ของยาสมุนไพรและยาแผนโบราณได้อย่างไร รวมถึงคำถามย่อยว่ายามีฤทธิ์นั้นจริงหรือไม่ ฤทธิ์ที่เขียนไว้ตามตำราโบราณมีความหมายอย่างไรในเชิงวิทยาศาสตร์ ฤทธิ์ของยาตำรับใดดีกว่ากัน ตัวยาใดออกฤทธิ์อย่างแท้จริง หรือตัวยาเสริม มีพิษหรือพิษนั้นมีเหมาะกับผู้ป่วยโรคใดภาวะใด 

2.จะควบคุมคุณภาพของยาตำรับหรือสมุนไพรได้อย่างไร หากวัตถุดิบจากแหล่งต่าง ๆ ขาดไปจะหาอะไรมาทดแทน จะบอกได้อย่างไรว่าคุณภาพในเชิงการออกฤทธิ์ของสมุนไพรสม่ำเสมอหรือแหล่งใดดีกว่ากัน 

3.จะทำให้ยาสมุนไพรหรือยาตำรับแผนโบราณดีขึ้นได้อย่างไร ปัจจุบันเราใช้การอ้างอิงจากตำราโบราณหรือสอบถามความรู้จากหมอและผู้เชี่ยวชาญที่นับวันจะมีน้อยลง ทำให้ไม่มีโอกาสพัฒนายาสมุนไพรหรือยาตำรับ เพราะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสูตรหรือดัดแปลงตำราใด ๆ ได้ ในระยะยาวจึงเป็นอันตรายอย่างมาก 

4.องค์ความรู้ที่ทันสมัยเกี่ยวกับสุขภาพและร่างกายของมนุษย์ที่เพิ่งถูกเปิดเผย เช่น ข้อมูลจีโนม ข้อมูลระดับโมเลกุลของโรคต่าง ๆ จะนำมาช่วยพัฒนายาสมุนไพรได้อย่างไร 

ทั้งนี้ สกว.ได้สนับสนุนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดมาใช้พัฒนาสมุนไพร และนำผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มาถ่ายทอดให้กับผู้ผลิตและผู้ค้าสมุนไพรและยาตำรับ โดยร่วมกับบริษัท CellDx ถ่ายทอดเทคโนโลยีออกสู่สาธารณะ

"ทีมของเราได้พัฒนาเซลล์ชนิดพิเศษที่สามารถตรวจจับฤทธิ์ของยาสมุนไพรและยาตำรับใดๆ ได้อย่างแม่นยำ เมื่อใช้ร่วมกับการวิเคราะห์แบบพิเศษที่ใช้ข้อมูลองค์รวมด้านจีโนม และการแสดงออกของยีนเข้ามาประกอบด้วย จะทำให้ตรวจวัดฤทธิ์ของสมุนไพรได้อย่างแม่นยำ นับเป็นครั้งแรกของโลกที่จะวัดธาตุร้อน ธาตุเย็น และอื่น ๆ ที่ถูกกล่าวถึงตามศาสตร์โบราณ ออกมาเป็นตัวเลขที่สามารถวัด จับ ต้อง ชั่ง ตวง เทียบเคียงได้โดยไม่มีอคติใดๆ” 

ในช่วงแรกทีมวิจัยได้ทดสอบเทคโนโลยีนี้กับผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าส่งออกยาสมุนไพร โดยร่วมมือกับบริษัทปราชญา องค์การเภสัชกรรม และผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ผลการทดลองชี้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถรองรับการพัฒนายาสมุนไพรได้อย่างน่าทึ่งและเหมาะสม ซึ่งหากสามารถตรวจวัดและเทียบลิตรได้ก็จะไขความลับของศาสตร์ด้านยาโบราณได้ และนำไปสู่การพัฒนาแบบก้าวกระโดดของทรัพยากรของชาติอย่างแน่นอน โดยใช้เทคโนโลยีนี้ได้ในทุกขั้นตอนของการพัฒนายา ตั้งแต่หา พิสูจน์ฤทธิ์ ควบคุมคุณภาพ พัฒนาตำรับให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีพิษน้อยลง 

“เราต้องการมีพันธมิตรเพิ่มขึ้น ยิ่งวิเคราะห์มากเท่าไหร่ภาพของยาตำรับไทย ยาตำรับจีน และสมุนไพร เมื่อเทียบกับยาแผนปัจจุบันในบริบทของโรคใดๆ ก็จะชัดเจนมากขึ้น ผู้สนใจสามารถติดต่อเข้าเยี่ยมชม สอบถามและร่วมวิจัยได้ที่ห้องปฏิบัติการเภสัชวิทยาเชิงระบบ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โทร 0 241 95325”

 

https://mgronline.com/science/detail/9620000024186

ข่าวประจำวัน : 12 March 2019
แหล่งที่มา ผู้จัดการ
อ่าน 21





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω