หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
774875 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 55
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 49506
ข่าวประจำวัน : สั่งปรับสูตรยาสามัญประจำบ้าน “แผนโบราณ” ต้องไม่มีแอลกอฮอล์ ถึงวางขายร้านสะดวกซื้อได้

เผยแพร่:    ปรับปรุง:    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

คกก.ยา มีมติปรับยาสามัญประจำบ้าน “แผนโบราณ” ต้องปราศจากแอลกอฮอล์ สกัดนำไปดื่มมึนเมา หากไม่ปรับสูตรยังมีแอลกอฮอล์ผสมต้องขายในร้านขายยา มีเภสัชกรควบคุมเท่านั้น เผยส่วนใหญ่เป็นยากลุ่มแก้ปวดเมื่อย บำรุงร่างกาย พร้อมให้จัดทำฉลากคำเตือนมีแอลกอฮอล์ผสมกี่เปอร์เซ็นต์ กลุ่มไหนต้องระวัง

วันนี้ (13 มี.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยา ซึ่งมีวาระการพิจารณาเรื่องตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ จะต้องเป็นแอลกอฮอล์ 0% หรือไม่มีแอลกอฮอล์เลย

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า ยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอลืผสม ในส่วนของยาสามัญประจำบ้าน สามารถหาซื้อได้ง่ายทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ ที่ผ่านมามักพบการนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือผิดประเภท โดยนำมาดื่มเป็นเครื่องดื่มมึนเมา เรื่องนี้มีการเตรียมการมาเป็นปีแล้ว โดยวันนี้คณะกรรมการยามีมติใน 2 เรื่อง คือ 1. จัดทำประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกำหนดให้ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณในรูปแบบยาน้ำชนิดรับประทานต้องไม่มีแอลกอฮอล์ในยา หรือแอลกอฮอล์ 0% และ 2. จัดทำประกาศฯ เกี่ยวกับฉลากยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ซึ่งจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย.กล่าวว่า ยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์ เพราะใช้แอลกอฮอล์ในการสกัด เป็นวัตถุกันเสีย เป็นน้ำกระสายช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น และเป็นตัวทำละลายยาตัวอื่น ซึ่งที่ผ่านมายาสามัญประจำบ้านแผนโบราณกำหนดให้มีแอลกอฮอลืผสมได้ไม่เกิน 5% ส่วนใหญ่ยาสามัญประจำบ้านที่มีแอลกอฮอล์ผสม มักจะเป็นยาแก้ปวดเมื่อย ยาบำรุงร่างกาย เป็นต้น แต่ที่ผ่านมาพบการนำมาใช้อย่างไม่เหมาะสม เช่น กรณีพระหรือคนขับรถนำมาดื่มเพื่อให้เกิดความมึนเมา จึงมีการยกระดับโดยปรับให้ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณต้องไม่มีแอลกอฮอล์ ดังนั้น หากผู้ประกอบการที่ผลิตยาแผนโบราณหากจะขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้าน ก็ต้องปรับปรุงสูตรให้ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่หากจะคงสุตเดิมโดยมีแอลกอฮอล์ก็จะต้องปรับมาขายในร้านขายยาที่ดูแลโดยเภสัชกรเท่านั้น

นพ.สุรโชคกล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติให้จัดทำฉลากยาแผนโบราณที่จะต้องมีการจัดทำคำเตือน โดยให้ใช้ตัวอักษรเส้นทึบ โดยต้องระบุว่ายาสูตรนี้มีแอลกอฮอล์ผสมกี่เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ตัวอักษรขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร ส่วนข้อควรระวัง เช่น ผู้ที่แพ้แอลกอฮอล์ หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็กต่ำกว่า 12 ปี และกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรคตับ โรคลมชัก ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง ต้องใช้ตัวอักษรให้มองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งข้อความทั้งหมดอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมสีของกรอบและข้อความต้องตัดกับสีพื้นของฉลาก นอกจากนี้ ยังต้องทำฉลากยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณให้ต่างจากยาแผนโบราณด้วย เพื่อให้สามารถแยกกันได้ชัดเจน ทั้งนี้ อย.จะมีการสุ่มตรวจยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์ผสมด้วย ว่า มีแอลกอฮอล์ผสมตามที่แจ้งจริงหรือไม่ 

เมื่อถามว่า ต้องปรับยาสามัญประจำบ้านที่เป้นยาแผนปัจจุบันให้ไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยหรือไม่ นพ.สุรโชคกล่าวว่า ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันที่มีแอลกอฮอล์ผสมมีอยู่บ้างบางสูตร และมีไม่มากเหมือนยาแผนโบราณ ก็กำลังดูข้อมูลอยู่ว่ามีผลกระทบอะไรบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันที่มีแอลกอฮอล์ผสมจะมีกลิ่นและรสเป็นยาชัดเจน จึงไม่ค่อยพบปัญหา

เมื่อถามว่า การดื่มยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์ผสมจำนวนมากก่อให้เกิดผลต่อร่างกายอย่างไร นพ.สุรโชคกล่าวว่า เนื่องจากเดิมกำหนดให้แอลกอฮอล์ไม่เกิน 5% ดังนั้น ก็จะเหมือนเบียร์ ซึ่งบางทีแอลกอฮอล์ก็อยู่ประมาณไม่เกินนี้ การดื่มรับประทานเข้าไปก็ออกฤทธิ์เหมือนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้เมาได้ ส่วนสรรพคุณยาของแต่ละสุตร เมื่อรับประทานมากเกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้เช่นกัน

 

https://mgronline.com/qol/detail/9620000025260

ข่าวประจำวัน : 14 March 2019
แหล่งที่มา ผู้จัดการ
อ่าน 8





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω