หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
875975 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 48
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 49996
ข่าวประจำวัน : "นักบิน-นักดำน้ำ" ระวังภาวะปอดรั่ว เผย 3 สัญญาณเตือนต้องรีบพบหมอ

เผยแพร่:    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

หมอเตือนนักบิน นักดำน้ำ เสี่ยงภาวะปอดรั่ว จากแรงดันอากาศ ส่วนคนทั่วไปเกิดได้จากหลายสาเหตุ ชี้เจ็บหน้าอกข้างเดียว แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ควรพบแพทย์ทันที รักษาได้ด้วยการระบายลมออก ย้ำปล่อยทิ้งไว้อาจถึงตาย

วันนี้ (11 ก.ค.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงปอดรั่วหรือภาวะลมในช่องเยื่อหุ้มปอด ว่า ภาวะปอดรั่ว คือ ภาวะที่มีอากาศเข้าไปแทรกอยู่ภายในช่องปอดจนเบียดเนื้อปอด ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่และทำงานได้ไม่ดี ส่งผลต่อการหายใจของผู้ป่วย เป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ภาวะนี้เกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ การบาดเจ็บที่กระทำต่อปอด เช่น อุบัติเหตุ การผ่าตัด การส่องกล้องหลอดลมเพื่อตัดชิ้นเนื้อ เป็นต้น หรือเกิดจากโรคหรือสภาวะที่ก่อให้เกิดลมในช่องเยื่อหุ้มปอด เช่น โรคถุงลมโป่งพอง ปอดติดเชื้อ มีซีสต์ในปอด การสูบบุหรี่ และอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ สัญญาณเตือน หรือภาวะใดๆ สามารถถ่ายทอดได้ทางกรรมพันธุ์ นอกจากนี้ ยังพบว่าเพศชายมีแนวโน้มเกิดภาวะลมในช่องเยื่อหุ้มปอดมากกว่าเพศหญิง 3-6 เท่า และผู้ที่เคยมีภาวะดังกล่าวมาก่อนมีความเสี่ยงที่จะเป็นซ้ำได้อีก

นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า อาการที่แสดงถึงภาวะดังกล่าว ได้แก่ เจ็บหน้าอกบริเวณข้างที่มีความผิดปกติ หอบเหนื่อย หายใจไม่สะดวก หรือแน่นหน้าอก ทั้งนี้อาการและความรุนแรงมีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรงมาก และจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอัตราเร็วในการสะสมของลมที่รั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด รวมถึงความผิดปกติของปอดเดิมของผู้ป่วย ซึ่งหากมีปริมาณลมเพิ่มมากขึ้นจะทำให้ปอดแฟบลงส่งผลให้มีการหายใจลำบาก และอาจเกิดภาวะช็อกจนเสียชีวิต

นพ.เอนก กล่าวว่า กลุ่มอาชีพที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ นักบิน พลร่ม นักประดาน้ำ นักดำน้ำ หรือผู้ที่ต้องดำน้ำลึกหรือขึ้นที่สูง เนื่องจากในน้ำลึกและบนที่สูงมีแรงดันอากาศเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะนี้ตามมา สำหรับการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ การแสดงอาการ และขนาดของลมที่รั่ว โดยเริ่มจากติดตามอาการในกรณีที่อาการและขนาดของลมที่รั่วน้อย การให้ออกซิเจนขนาดเข้มข้นเพื่อเร่งอัตราการดูดกลับของลม การใช้เข็มดูดลมออก การใส่สายเพื่อระบายลมในกรณีที่อาการหนัก และการผ่าตัดในกรณีที่รักษาเบื้องต้นแล้วลมยังรั่วปอดไม่ขยายตัว นอกจากนี้ ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยที่เคยรักษาตัวจากภาวะดังกล่าว คือ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางทางอากาศยานและเลี่ยงกิจกรรมดำน้ำอย่างเด็ดขาดเป็นเวลา 1 ปี ห้ามยกของหนักประมาณ 6 สัปดาห์ เพราะความดันเปลี่ยนจะส่งผลต่อปอด และงดสูบบุหรี่เพื่อป้องกันการกำเริบซ้ำ

 

https://mgronline.com/qol/detail/9620000066013

ข่าวประจำวัน : 11 July 2019
แหล่งที่มา ผู้จัดการ
อ่าน 7





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω