หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
986086 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 56
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7173
ข่าวประจำวัน : สป.แนะรัฐทบทวนFTAทั้งหมดจี้ผ่านความเห็นชอบรัฐสภา


"สภาที่ปรึกษาฯ"เสนอรัฐบาล"ขิงแก่" หยุด"เอฟทีเอ"กับสหรัฐ ฟันธงไทยเสียเปรียบ แฉสหรัฐเหลี่ยมจัด แอบหนุนในประเทศสู้นำเข้า ทำเกษตรกรไทยอ่วม ย้ำต้องเข้าสภา-ฟังประชาชน จี้รัฐอย่าใจอ่อน

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารที่ 16 ม.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมที่จะนำความเห็น และข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) เรื่อง "การจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา" เข้าสู่ที่ประชุมเป็นวาระเพื่อทราบ

โดยสป.เสนอให้รัฐบาลชะลอการเจรจา และดำเนินการทบทวนข้อตกลงเขตการค้าเสรี ที่ประเทศไทยได้ลงนามกับต่างประเทศทั้งหมด รวมทั้งที่อยู่ระหว่างเจรจา ทั้งนี้เพื่อให้กลุ่มต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบและได้รับผลประโยชน์ รวมทั้งนักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ในการทบทวนดังกล่าว เพื่อให้ครอบคลุมทั้งประเด็นทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และอธิปไตยของชาติ

และให้ความตกลงเขตการค้าเสรีผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา โดยให้รัฐบาลดำเนินการ อาทิ ก่อนเจรจาต้องกำหนดยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ ภายใต้หลักการพัฒนาที่ยิ่งยืน สร้างดุลยภาพของการพัฒนาที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กับการเปิดเสรีที่เหมาะสม รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการเจรจาลักษณะพหุภาคี มากกว่าทวิภาคี เนื่องจากการมีหลายประเทศ ทำให้ไทยมีอำนาจต่อรองมากกว่า โดยต้องทำการศึกษาวิจัยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนอย่างรอบคอบ เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียในการศึกษา และการตัดสินใจ

หลักการทั่วไปไม่ว่ารัฐบาลจะตกลงเอฟทีเอกับประเทศใด ขอให้รัฐบาลแจ้งกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ หรือให้รัฐสภารับทราบก่อนการเจรจาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อให้มีความโปร่งใส และให้รัฐสภาศึกษา ติดตาม และตรวจสอบ และหลังการเจรจาเสร็จสิ้นลง ขอให้รัฐส่งร่างสัญญาฉบับสมบูรณ์ของความตกลงเขตการค้าเสรีให้รัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนลงนามและมีผลบังคับใช้

โดยมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อให้รัฐสภาและภาคประชาชนได้ศึกษา วิเคราะห์ จัดเวทีสาธารณะ และทำความเข้าใจกับเนื้อหาสาระของสัญญา และให้รัฐสภามีอำนาจในการแก้ไขข้อตกลงต่างๆ ให้เป็นไปตามกรอบการเจรจา ที่รัฐบาลได้ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา"ข้อเสนอของสป.ระบุ

สป.เสนอด้วยว่า ขอให้รัฐบาลและรัฐสภา ออกกฎหมายรองรับการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ทั้งพหุภาคีและทวิภาคี เพราะล้วนมีผลกระทบต่อประชาชน โครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงต่อการพัฒนาประเทศอย่างสำคัญ จึงจำเป็นต้องสร้างดุล อำนาจระหว่างฝ่ายบริหาร รัฐสภา และกลไปตรวจสอบอื่นๆ

นอกจากนี้ สป.ได้เสนอประเด็นที่รัฐบาลไทย ไม่ควรยินยอมตามข้อเสนอของสหรัฐ มีดังนี้

การเจรจาต้องอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาคเท่าเทียมกันอธิปไตยแห่งชาติ โดยให้ได้ผลประโยชน์สุทธิตกอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ และให้ผลการเจรจาครอบคลุมถึงการเปิดเสรีระดับมลรัฐของสหรัฐด้วย

สำหรับด้านการเงิน การธนาคาร และการประกันภัย นั้นรัฐควรชะลอการเจรจาการเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายเงินทุน โดยเฉพาะการเปิดเสรีการลงทุนระยะสั้น และรัฐควรจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติในกิจการธนาคารพาณิชย์ หลักทรัพย์ และธุรกิจประกันภัย

สป.ยังขอให้รัฐบาลชะลอการเจรจาเอฟทีเอกับสหรัฐ ด้านเกษตรกรรมออกไปก่อน เพราะการทำเอฟทีเอไทยกับประเทศอื่นที่ผ่านมา ส่งผลกระทบกับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการเปิดเสรีนำเข้าสินค้าเกษตรกรรมอย่างกว้างขวาง ในขณะที่สหรัฐฯยังใช้มาตรการสนับสนุนภายประเทศ และอุดหนุนการส่งออก รวมทั้งอาจมีการกีดกันทางการค้า ด้วยมาตรการภาษี หรือมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีในระดับมลรัฐ ดังนั้นขอบเขตการเจรจา ต้องมีผลถึงระดับมลรัฐด้วย"

นอกจากนี้ สป. ยังเห็นว่าการเปิดเสรีสินค้า ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ ที่ดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMO ไม่ควรอยู่ในกรอบการเจรจาทางการค้า เพราะมีผลกระทบต่อฐานทรัพยากรชีวภาพ



ข่าวประจำวัน : 16 January 2007
แหล่งที่มา กรุงเทพธุรกิจ
อ่าน 203





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω