หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
542642 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 49
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7180
ข่าวประจำวัน : "คุณภาพชีวิต"คนไทยตกวูบ!!! กินแย่-ครอบครัวยุ่ง-สุขภาพยวบ

สังคมไทยทุกวันนี้ยังขาดความลงตัวหรือพอดีในทุกๆ ด้าน การที่คนไทยส่วนมากล้วนแล้วแต่มี "คุณภาพชีวิต" ที่ไม่ดีนัก ซึ่งนั่นรวมถึง "สุขภาพคนไทย" ที่แย่ไม่แพ้กันด้วย แต่จะมีใครรู้บ้างว่า.....อะไรที่เป็นตัวกำหนดสุขภาพหรือคุณภาพชีวิตของคนไทย??? หากเราทราบแล้วจะทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพของเราดีขึ้น.....
ข้อมูลจาก "หนังสือสุขภาพคนไทย 2549" โดย "สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ"(สสส.) ระบุว่า คนไทยจะมีคุณภาพชีวิตดีหรือแย่อยู่ที่ 13 ตัวชี้วัด ดังนี้.....
"ประการแรก สุขภาพฟัน" : เด็กไทยที่อยู่ตามชนบทนั้นจากสถิติพบว่าในทุกๆ 1 ปี จะมีเด็กฟันผุราว 1 แสนคน ซึ่งสาเหตุมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น ขนม น้ำอัด ลม หรืออาหารที่มีน้ำตาลมากไป และส่วนใหญ่จะไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากสาเหตุที่ต่างกันไป
"ประการที่ 2 ท้องโดยไม่พร้อม" : เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นจากเด็กวัยรุ่นที่ทำไปด้วยความคึกคะนองและไม่คิดว่าผลที่จะตามมาเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วผลที่ตามมา คือ การ "ทำแท้ง" การทอด ทิ้งและอาจถึงการฆ่าทารกที่เกิดมาได้ ซึ่งเมื่อไรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหามาตรการมารองรับอย่างเป็นระบบ เพื่อจัดการปัญหาอย่างนี้ให้ลดน้อยลงไปได้
"ประการที่ 3 โภชนาการ" : "อาหารจานด่วน" ที่แทบทุกคนรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด พิชซ่า ฯลฯ ได้รับความนิยมอย่างสูงในวัยรุ่นหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ เพราะมีแป้งและไขมันสูงทำให้มีรสชาติถูกปาก แต่การบริโภคบ่อยๆ จะทำให้เกิดผลตามมาได้ เช่น โรคอ้วน หลอดเลือดอุดัน หรือกระทั่งโรคเบาหวานได้ โดยพบว่าเด็กวัยเรียนใน กทม. เป็นโรคอ้วนมากกว่าเด็กภาคอื่นๆ 3-5 เท่า
"ประการที่ 4 สุรา" : แนวโน้มการติดสุราของคนไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าในปี 2544 คนไทยไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านคน ดื่มสุรามากกว่า 20 วัน/เดือน และในปี 2547 มีผู้ติดสุราเพิ่มเป็น 3.1 ล้านคน สาเหตุที่ทำให้คนไทยติดสุรามากอาจเป็นการที่หาซื้อง่าย และราคาถูก แต่จะมีหน่วยงานใดที่มีมาตรการอะไรออกมาช่วยให้คนไทยหลุดพ้นจากการ "ติดเหล้า" ได้ เพื่อทำให้สุขภาพของคนไทยดีกว่าที่เป็นอยู่
"ประการที่ 5 ออกกำลังกาย" : ทุกวันนี้การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสุขภาพ ซึ่งจากการสำรวจในปี 2547 เพียง 1 ใน 3 ของคนไทย ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-5 วัน โดยในกลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกายนั้นมีเหตุผลมาจากการทำงาน ไม่มีเวลาว่าง ถึงร้อยละ 76.7 ตามด้วยร่างกายไม่แข็งแรงร้อยละ 12.7 หากเราได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอก็จะเป็นตัวชี้วัดสุขภาพของคนไทยได้อีกประการหนึ่ง
"ประการที่ 6" : หลังจากมี "นโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้า" ผู้ป่วยนอกที่เข้ารับบริการในสถานพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 172.5 ล้านครั้ง ในปี 2544 และเป็น 213 และ 220.3 ล้านครั้ง ในปี 2546 และ 2547 เมื่อมีผู้ใช้บริการมากขึ้นทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรับบริการสุขภาพของครอบ ครัวลง อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ช่วยให้คนจนที่มีรายได้ต่ำสุดได้รับประ โยชน์ในสัดส่วนร้อยละ 40 แต่ถึงแม้ครัวเรือนที่ยากจนมีรายจ่ายสุขภาพที่เปรียบเทียบแล้วยังต่ำกว่ากลุ่มครัวเรือนระดับอื่นๆ แต่ก็มีส่วนทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือนที่ยากจนอยู่แล้วฝืดเคืองมากขึ้น

"ประการที่ 7 สุขภาพจิตเด็ก-วัยรุ่น" : จากการสำรวจปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่นไทยปี 2548 พบว่า เด็กและวัยรุ่นที่มีอายุ 6-18 ปี จำนวน 687,798 คน มีปัญหาสุขภาพจิต ต้องพบจิตแพทย์ ถึงแม้จะมีเด็กจำนวนมากได้รับความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การปลูกฝังสุขภาพจิตที่ดีจากครอบครัว การได้รับความอบอุ่นและความรับจะเป็นตัวช่วยเด็กเหล่านี้
"ประการที่ 8 สุขภาพปัญญาแนวพุทธ" : เมื่อมีร่างกายดีแล้วก็ควรจะมีใจที่ดีด้วย แนวโน้มที่ชาวพุทธสนใจประกอบกิจทางศาสนาจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันมีมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผลการสำรวจพบด้วยว่าครึ่งหนึ่งของคนกรุงเทพฯ "ไม่เต็มใจที่จะทำบุญ" แต่ต้องทำเพราะ "กลัวเสียหน้า" หรือเกรงใจ ทั้งนี้อยากให้คนไทยรู้จักถึงการทำดีและทำชั่ว เพื่อทำให้ไม่เบียดเบียนกันและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในสังคม
"ประการที่ 9 การขาดแคลนน้ำ" : หากจะพิจารณาสถานการณ์ขาดแคลนน้ำต้องทำควบคู่กันทั้ง 2 ด้าน ทั้ง "ปริมาณน้ำต้นทุน" และความต้องการน้ำ ซึ่งประเทศไทยมีปริมาณน้ำฝนลดลงทุกปี โดยในปี 2548 มีการทำฝนหลวงถึง 3,118 ครั้ง ในขณะที่ความต้องการน้ำใช้น้ำปี 2549 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปี 2539 นั่นทำให้ประเทศไทยอาจต้องขาดแคลนน้ำเป็นอย่างมาก เมื่อความต้องการน้ำไม่มีทีท่าว่าจะลด รัฐบาลจึงต้องหาแนวทางแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมรับมือกับ "วิกฤติน้ำ" ที่นับวันจะรุนแรงขึ้นในปีต่อๆ ไป
"ประการที่ 10 อุบัติเหตุจราจรและการบาดเจ็บ" : คนไทยส่วนใหญ่มีชีวิตที่ผูกผันกับท้องถนนอย่างแนบแน่น จนมองเห็นแต่ความสะดวกสบายทำให้อันตรายจากการใช้รถใช้ถนนถูกมองข้าม ตัวเลขกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี คือ "มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ" ของสังคมไทยจาก "อุบัติเหตุจราจร" โดยวัยรุ่นหนุ่มสาวตกเป็น "เหยื่อ" อุบัติเหตุมากที่สุด หนทางแก้ไขเพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ขับขี่กันอย่างปลอดภัยจะมีหรือไม่ นั่นก็ขึ้นอยู่กับผู้รับผิดชอบว่าจะสามารถหาทางแก้ได้หรือไม่???
"ประการที่ 11 เด็กกับโทรทัศน์และการเรียนรู้" : เด็กและเยาวชนไทยใช้เวลาดูโทรทัศน์มาก ขณะที่เนื้อหาที่นำเสนออาจมีทั้งความรุนแรงทั้งในด้านภาษาและการแสดงออก ซึ่งล้วนเป็นแบบ อย่างในการเรียนแบบของเด็กๆ ในด้านของการโฆษณานั้นตามระเบียบข้อกำหนดให้โฆษณาได้ไม่เกิน 12 นาที/ชม. แต่กลับพบว่าโฆษณาบางรายการ 19 นาที/ชม. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโฆษณาขนมที่ไม่มีประโยชน์ เมื่อมองย้อนไปที่แหล่งเรียนรู้ที่จะช่วยสร้างเสริมการเรียนรู้ของเด็กกลับ พบว่า บางจังหวัดมีสถานเริงรมย์มากกว่าสถานนันทนาการสร้างเสริมการเรียนรู้ถึง 10 เท่า จึงไม่น่าแปลกใจที่พบว่าเมื่อถึงเวลาปิดเทอมเด็กส่วนใหญ่จึงต้องอยู่เฉยๆ และใช้เวลาว่างดูทีวี.เป็นส่วนใหญ่
"ประการที่ 12 ชีวิตครอบครัว" : การใช้ชีวิตคู่ที่ดี คือ ความใฝ่ฝันของคนจำนวนมาก แต่ชีวิตคู่ของหลายครอบครัวก็เกิดจากความไม่พร้อม และเป็นชีวิตที่เลือกไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคู่ครอง ปี 2547 ประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมด 18,905,400 ครัวเรือน โดย 1 ใน 3 เป็นครัวเรือนที่ประกอบ ด้วย พ่อ แม่ ลูก ส่วนอีก 1 ใน 3 เป็นครัวเรือนที่มีเครือญาติอาศัยร่วมด้วย โดยประมาณร้อยละ 13 ของผู้ใช้ชีวิตคู่ มักมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้งระหว่างสามีและภรรยา
"ประการที่ 13 สารเคมีควบคุมศัตรูพืช" : นโยบายพัฒนาประเทศที่เน้นสร้างรายได้ โดยเพิ่มการส่งออกหรือคาดหวังให้ไทยก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง "ครัวโลก" ส่งผลต่อการขยายพื้นที่เกษตรกรรมอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องพึ่งสารเคมีในการปกป้องผลผลิต แต่การใช้โดยปราศจากความรู้ความเข้าใจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนทุกระดับและขยายวงไปถึงสิ่งแวดล้อม สถิติการป่วยและตายจากสารเคมีที่ปรากฏเป็นตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากผู้ป่วยนิยมรักษาอาการบาดเจ็บด้วยตัวเองกว่าจะมาพบแพทย์ก็ไม่ทันแล้ว เนื่องจากสารเคมีสะสมเป็นเวลานาน ในแง่ของสิ่งแวดล้อม พบ ว่า สารเคมีทางการเกษตรตกค้างในดินมากที่สุด รองลงมาเป็นน้ำ ผลไม้ ผักและไม้ผล
ปัญหาดังที่กล่าวมานี้อาจเป็นปัญหาใหญ่ และใช้เวลาในการแก้ไขเป็นระยะเวลานาน แต่เมื่อได้รับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้แล้ว เราก็ควรที่จะใส่ใจและช่วยกันเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อให้ "คุณภาพชีวิต" และ "สุขภาพ" ของเราดีกว่าที่เป็นอยู่
ข่าวประจำวัน : 16 January 2007
แหล่งที่มา แนวหน้า
อ่าน 279





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω