หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
007198 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 104
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7187
ข่าวประจำวัน : จับตาส่งออกของไทยปี 50 (2) งานหนักของผู้ประการไทย (จบ)


ปัจจุบันรายได้หลักของประเทศไทยมาจากภาคท่องเที่ยวและภาคส่งออก โดยเฉพาะรายได้จากการส่งออกนั้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) การส่งออกจึงถือเป็น
“พระเอก” ที่มีส่วนสำคัญต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา
 
แต่มาในปีนี้หลาย ๆ ฝ่ายคาดหมายกันว่า “ส่งออก” คงไม่สามารถเป็น “หัวรถจักร” ในการนำพาเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าเติบโตเหมือนเช่นที่ผ่านมา หรืออย่างเก่งก็คงเป็นได้แค่ “พระรอง” เท่านั้น เนื่องจากเมื่อมองดูปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกประเทศในขณะนี้นั้นล้วนแต่มีผลกระทบกับการส่งออกของไทย
 
จากหลากหลายปัจจัยเสี่ยงที่รุมเร้าภาคส่งออกของไทยทำให้ภาครัฐได้คาดหมายว่าการส่งออกของไทยในปีนี้จะขยายตัวประมาณ 12.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือมีมูลค่าการส่งออกจำนวน 145,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ลดลงจากปีก่อน
 
ปัจจัยลบที่ถือเป็นตัวบั่นทอนตัวเลขส่งออกของไทยก็คือ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจของสหรัฐที่ถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย จากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่จะชะลอตัวลงทำให้ความต้องการนำเข้าสินค้าของสหรัฐลดลงไปด้วย ส่งผลต่อการส่งออกสินค้าของไทย อาทิ สินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร  ที่ปัจจุบันพึ่งพิงตลาดสหรัฐเป็นหลัก
 
การที่เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้เสนอแนะให้ผู้ส่งสินค้าออกของไทยต้องเร่งหาตลาดรองและตลาดใหม่ ๆ มาทดแทนเพื่อรักษายอดการส่งออกในปีนี้ โดยตลาดรองที่น่าสนใจสำหรับผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยคือ ตลาดออสเตรเลีย แคนาดา  จีน เกาหลีใต้ และฮ่องกง ฯลฯ
 
ทั้งนี้ปัญหาเรื่องการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทก็ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้ผู้ส่งออกต้องกุมขมับ เพราะจากต้นปี 2549 ถึงปลายปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นกว่า 16% ซึ่งเป็นการแข็งค่าขึ้นมาก กว่าประเทศอื่น ๆ ที่เป็นคู่แข่งทางการค้าของไทยทำให้สินค้าไทยสูญเสียโอกาสและความสามารถในการแข่งขันในตลาดการค้าโลก
 
การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทนั้นจะส่งผลดีต่อผู้นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเพราะมีต้นทุนที่ลดลง แต่สำหรับผู้ประกอบธุรกิจส่งออกจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากการที่ค่าเงินบาทผันผวนและแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เพราะรายได้จากการส่งออกลดลงในกรณีที่ซื้อขายสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ แล้วแลกเปลี่ยนมาเป็นเงินบาท 
 
นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้ผู้ประกอบการต้องขาดทุนเพราะไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าได้ทันที เนื่องจากการซื้อขายสินค้าส่วนใหญ่จะทำการสั่งซื้อ-ขายสินค้าล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 3-4 เดือน และการที่ค่าเงินบาทผัวผวนไม่มีเสถียรภาพยังส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนการผลิตและคำนวณต้นทุนที่แน่นอนได้ เนื่องจากราคาวัตถุดิบจะ    ผัวผวนเปลี่ยนแปลงตามค่าเงินที่ขึ้นลง
 
อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทที่เหมาะสมและเอื้อต่อการส่งออกของไทย ทางผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าค่าเงินบาทไม่ควรแข็งค่าเกิน 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้ไทยไม่เสียเปรียบประเทศคู่แข่งมากนัก
 
ทั้งนี้ในเรื่องปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้นเป็นปัญหาที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน เนื่องจากผู้ประกอบการจะรอความช่วยเหลือจากมาตรการของภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้ สิ่งที่ภาคเอกชนต้องเร่งทำคือ การปรับโครงสร้างการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น เพื่อให้สินค้าสามารถแข่งขันในตลาดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการอ่อนค่าของค่าเงินบาท
 
สำหรับปัญหาราคาน้ำมันที่ผันผวนและทรงตัวในระดับสูงในปัจจุบัน ก็เป็นปัจจัยลบที่ผู้ประกอบการจะมองข้ามไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะมีการคาดการณ์กันว่าราคาน้ำมันในปีนี้จะไม่ผัวผวนมากเหมือนในช่วงที่ผ่านมา เพราะหากมีปัจจัยลบมากระทบราคาน้ำมันให้สูงขึ้นในอนาคตก็จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการสูงขึ้นด้วย
 
นอกจากนี้สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องระวังเพราะมีผลกระทบ  ต่อการส่งออกด้วยก็คือ ข้อกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีที่ประเทศคู่ค้าจะนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดโควตาการนำเข้า การเข้มงวดในการตรวจสอบเรื่องสารเคมีตกค้าง การยกเลิกสิทธิพิเศษภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ฯลฯ โดยเฉพาะในสินค้าบางรายการ เช่น การส่งออกไก่แปรรูป และไก่สดแช่เย็นแช่แข็งของไทย ที่ถูกตลาดสหภาพยุโรปกำหนดโควตาส่งออก
 
ทั้งนี้เมื่อมองดูปัจจัยลบที่มีผลต่อการส่งออกดังที่กล่าวมา ถือเป็นงานหนักของผู้ประกอบการไทย ที่ต้องนำพาธุรกิจส่งออกให้ฝ่ามรสุมลูกใหญ่ไปให้ได้ !!!

เพื่อปั้นตัวเลขการส่งออกให้เติบโตได้ตามเป้าหมายจนมีส่วนผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง !?!.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์
ทีม เดลินิวส์ 38
Y_38@dailynews.co.th

ข่าวประจำวัน : 17 January 2007
แหล่งที่มา เดลินิวส์
อ่าน 220





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω