หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
542642 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 61
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7303
ข่าวประจำวัน : แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำวันที่ 23 ม.ค.50

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 มกราคม 2550 17:44 น.
       แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำวันที่ 23 ม.ค.50
       

       
วันนี้( 23 ม.ค.) นางเนตรปรียา ชุมไชโย พร้อมด้วย นายชยพล สุทธิโยธิน ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี มีสาระสำคัญดังนี้
       

       
ครม.เห็นชอบรฟม.ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลเพิ่มเติม
       
       
นางเนตรปรียา แถลงว่า ครม.เห็นชอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม.ดำเนินการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. ตามโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 75 (6) และมาตรา 75 (10) แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 ตามกระทรวงคมนาคมเสนอ
       
       โดย ครม.เห็นชอบให้ รฟม.ใช้ที่ดินของ รฟม. บริเวณหน้าสถานีบางซื่อ 1 เพื่อก่อสร้างราง และชานชาลา รวมทั้งมีการทำถนนเพิ่มเติม เพื่อเป็นประโยชน์ในการเดินรถ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวค่อนข้างแออัดและหนาแน่นพอสมควร ทั้งนี้ จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาใช้บริการมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรด้วย
       
       นอกจากนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบให้ รฟม.นำอาคารจำนวน 4 แห่ง ซึ่งได้แก่ ห้องโถงใต้อาคารจอดรถ 9 ชั้น ของสถานีรถไฟฟ้าลาดพร้าว อาคารอเนกประสงค์ 2 ชั้น ของสถานีรถไฟฟ้าลาดพร้าว และอาคารอเนกประสงค์ชั้นเดียว ของสถานีรถไฟฟ้ารัชดาภิเษก และชั้นลอยของอาคารจอดรถ 3 ชั้น ของสถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นำไปพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการให้บริการต่างๆ
       
       ทั้งนี้ให้บริเวณภายนอกสามารถใช้ประโยชน์ได้ด้วย โดยบริเวณที่เป็นอาคารนั้นอาจจะมีการพัฒนาเอามาใช้เป็นอาคารสำนักงานให้เช่า หรืออาจเป็นส่วนจัดแสดงสินค้า หรือร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา และใช้บริการของ รฟม.
       
       ผู้ช่วยโฆษกแถลงต่อว่า ขณะที่บริเวณผนังด้านนอกของอาคาร ก็จะมีการใช้ประโยชน์ โดยการให้เช่าเพื่อการติดตั้งป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการของ รฟม. เป็นผู้พิจารณาและกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดหาผู้เช่าต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้ ที่ประชุม ครม.ได้เห็นด้วย เพราะจะเป็นการก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนผู้มาใช้บริการ และจะเป็นการนำรายได้จากค่าเช่าส่วนหนึ่งมาใช้ในการบริหาร รฟม.
       
       อย่างไรก็ตาม คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อสังเกตว่า ในการติดป้ายบริเวณนอกอาคาร เนื่องจากขณะนี้ กทม.ได้มีการติดป้ายต่างๆ มากมาย ซึ่งบางภาพอาจจะเป็นภาพโฆษณาที่ไม่เหมาะสม หรือบางป้ายอาจมีการใช้ภาษาไม่ถูกต้อง เหมาะสม จึงได้ฝากให้คณะกรรมการ รฟม.นั้น พิจารณาในเรื่องนี้ด้วย
       
       นอกจากนี้ นายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังได้ฝากในเรื่องของการดูแลผู้พิการ ในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลิฟต์ หรือห้องน้ำ ซึ่งในส่วนของห้องน้ำ เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัย ขณะนี้จึงได้มีการปิดห้องน้ำบางส่วนไว้ ซึ่งประชาชนที่จะมาใช้บริการอาจไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้เปิดห้องน้ำให้ ในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีจึงเห็นว่าน่าจะนำระบบกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) มาติดตั้งบริเวณทางเดินเข้า-ออก และนอกจากติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณห้องน้ำแล้ว ยังเห็นว่าควรมีการติดตั้งเพิ่มตามลิฟต์ต่างๆ ด้วย
       
       
ครม.เห็นชอบมาตรการหลักประกันแรงงาน 5 จ.ชายแดนใต้
       

       นางเนตรปรียา แถลงว่า ครม.ได้รับทราบมาตรการสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งจะมีมาตรการต่างๆ ในเรื่องการจัดหาแรงงานเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะได้มีการดำเนินการประกาศรับสมัครงานทั่วประเทศ และจะจัดส่งบุคคลที่ประสงค์จะไปทำงานในเขต 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ได้ตามตำแหน่งว่างที่สถานประกอบการแจ้งเข้ามา
       
       แต่ทั้งนี้ ในกรณีที่แรงงานที่จะลงไปทำงานใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เพียงพอ ก็จะได้มีการประกาศรับสมัครงานทั่วประเทศ และจะจัดส่งบุคคลที่ประสงค์จะไปทำงานในเขต 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ได้ตามตำแหน่งว่าง ที่สถานประกอบการแจ้งเข้ามา
       
       แต่ในกรณีที่แรงงานที่จะลงไปทำงานใน 5 จังหวัดภาคใต้ มีไม่เพียงพอ ก็จะได้มีการดำเนินการจัดหาแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา โดยมีการจัดสรรโควต้าแรงงานโดยให้นายจ้างหรือสถานประกอบการในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แจ้งความประสงค์ว่าต้องการจะจ้างแรงงานต่างด้าวเพิ่ม และจะมีการจัดสรรโควต้าเพิ่มให้ด้วย เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
       
       ผู้ช่วยโฆษกแถลงด้วยว่า นอกจากนี้ ยังได้ให้ความเห็นชอบในมาตรการสร้างหลักประกันทางสังคมแก่แรงงาน โดยให้สำนักงานประกันสังคม เข้ามาช่วยเหลือ โดยการสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้กับสถานประกอบการ และจะสนับสนุนเงินฝากกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการด้วย ในวงเงิน 400 ล้านบาท โดยจะเป็นการจัดสรรให้กับ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส จังหวัดละ 100 ล้านบาท และ จ.สตูล และ 4 อำเภอใน จ.สงขลา (จะนะ นาทวี สะบ้าย้อย เทพา) จังหวัดละ 50 ล้านบาท
       
       สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่นั้น ต่ำกว่าตลาด โดยให้เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อให้กับสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม และมีคุณสมบัติตามที่ธนาคารกำหนด
       
       นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยถึงมาตรการการสร้างงานและจ้างงานเร่งด่วนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2550 ด้วย โดยกรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะร่วมมือกัน คาดว่าจะมีการดำเนินการจัดหาแรงงานให้ได้ประมาณ 1,500 อัตรา และจะมีการพูดคุยถึงมาตรการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการด้านแรงงานต่างๆ ด้วย ซึ่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จะคอยดูแลในเรื่องของการเสริมสร้างความปลอดภัยในการทำงาน การส่งเสริมให้มีการใช้สวัสดิการในเรื่องของแรงงานต่างๆ เป็นต้น
       
       
ครม.อนุมัติคณะกก.กลั่นกรองฯติดวงจรปิดเพิ่มตามสถานที่สำคัญ 5 จ.ชายแดนใต้
       

       ครม.ได้อนุมัติตามมติของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอ ครม. คณะที่ 2 ซึ่งมีนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นการอนุมัติในหลักการในเรื่องของการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
       
       โดยจะมีการติดกล้องตามจุดต่างๆ ที่สำคัญ เช่น ศาลาว่าการ หน่วยงานราชการต่างๆ และจะมีการติดตั้งที่จุดผ่อนปรนตามแนวชายแดน 30 จุด รวมทั้งจะมีการติดตั้งวงจรปิดในเขตชุมชนเมือง และบริเวณจุดตัด จุดแยกต่างๆ ของทุกๆ อำเภอ
       
       
ครม.มีมีมติรับ “น.พ.สุชัย” กลับเข้ารับราชการที่มหิดล
       

       ครม.ได้อนุมัติการขอยกเว้นการปฏิบัติตามมติ ครม. เพื่อบรรจุนายแพทย์สุชัย เจริญรัตนกุล กลับเข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษ
       
       ทั้งนี้ เป็นผลของการหารือหรือการประชุมของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ หรือ คปร. ซึ่งขอให้ยกเว้นการปฏิบัติตามมติ ครม. เพื่อให้มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้อัตราว่างรองรับการบรรจุนายแพทย์สุชัย เจริญรัตนกุล กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา เป็นกรณีพิเศษเฉพาะร้าย
       
       โดยที่ประชุมให้เหตุผลว่า เนื่องจากกรณีการลาออกของนายแพทย์สุชัย เจริญรัตนกุล เนื่องจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2547 จึงเป็นผลให้นายแพทย์สุชัย ต้องพ้นจากสภาพการเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาเห็นว่า เนื่องจากการลาออกจากราชการของนายแพทย์สุชัย เป็นการลาออกเนื่องจากมีความจำเป็นเพื่อไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
       
       เนื่องจากนายแพทย์สุชัย เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และมีความชำนาญการเฉพาะทาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อราชการของมหิดล วันนี้ ครม.จึงได้มีการอนุมัติดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ครม.ก็ได้มีการพูดคุยกันด้วยว่า กรณีนี้อาจเป็นกรณีตัวอย่าง
       
       ซึ่งในอนาคตอาจมีข้าราชการบางท่านอาจจะต้องไปปฏิบัติงานทางการเมือง เพื่อจะไม่ต้องมาพิจารณาเป็นรายบุคคลเช่นกรณีนี้ จึงเห็นชอบว่า น่าจะมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่างๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องนำเรื่องเข้า ครม.ครั้งต่อไปอีก ดังนั้น ในกรณีนี้ ครม.จึงได้มอบหมายให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ไปดำเนินการวางระเบียบต่อไป
       
       
ครม.เห็นชอบใช้ชื่อรัฐบาลจัดการประชุมนานาชาติรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล
       

       ครม.ได้อนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เพื่อจะใช้ชื่อของรัฐบาลไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ รางวัลเจ้าฟ้ามหิดล ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ครม.ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ จึงได้เห็นชอบที่จะใช้ชื่อรัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ร่วมกับองค์การอนามัยโลก
       
       สำหรับรายละเอียดการจัดการประชุมนานาชาติรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล หรือ Prince Mahidol Award Conferrence (PMAC) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 2 กุมภาพันธ์ 2550 ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์พาร์ค กรุงเทพฯ การประชุมครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง และถือเป็นการจัดประชุมครั้งแรกในประเทศไทย เป็นการประชุมด้านสาธารณสุขระดับโลก ที่จะมีการเชิญผู้บริหารและนักวิชาการจากต่างประเทศ เข้ามาร่วมประชุมถึง 300 คน ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติของประเทศไทย โดยจะได้ใช้ชื่อของรัฐบาลไทยในการจัดงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก
       
       
ครม.เห็นชอบไอซีทีปรับปรุงโครงสร้างความตกลงโทรคมนาคมระหว่างปท.
       

       นายชยพล สุทธิโยธิน ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เสนอมา ดังนี้
       
       1. ให้ความเห็นชอบแก้ไขความตกลงว่าด้วยองค์การโทรคมนาคมทางดาวเทียมระหว่างประเทศ และได้มีการขอแก้ไขความตกลงทางด้านปฏิบัติการว่าด้วยองค์การโทรคมนาคมทางดาวเทียมระหว่างประเทศ ตามที่กระทรวงได้เสนอมา โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
       
       - ให้มีการปรับโครงสร้างขององค์การใหม่ โดยแบ่งโครงสร้างออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นองค์การระหว่างประเทศระดับประเทศ และอีกส่วนหนึ่ง เป็นโครงสร้างในระดับกิจการที่ดำเนินในรูปบริษัท ใช้ชื่อว่าบริษัท อินเทลแซท และในการนี้ได้มีการเสนอให้มีการปรับโครงสร้างการดำเนินงานในรูปแบบใหม่ โดยได้มีการยกเลิกกรรมสารหลักขององค์การ โดยมี 2 กรรมสารให้เหลือเพียงฉบับเดียว
       
       
ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.อัตราเงินเดือนขรก.ตุลาการ-ดาโต๊ะ- อัยการ(ปรับขึ้นเงินเดือน)
       

       ครม.ได้มีการอนุมัติร่างพระราชบัญญัติที่สำคัญ เกี่ยวกับอัตราเงินเดือนของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองเสนอเรื่องคณะรัฐมนตรี คณะที่ 1 ซึ่งมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เสนอ
       
       - พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... ปรับปรุงอัตราเงินเดือนของข้าราชการตุลาการและดาโต๊ะยุติธรรม
       
       - ร่าง พ.ร.บ.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการอัยการ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... ปรับปรุงอัตราเงินเดือนของข้าราชการอัยการ
       -
       ครม.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ... ) พ.ศ. ....
       
       นายชยพล แถลงต่อว่า ร่างพ.ร.บ.นี้ มีสาระสำคัญคือเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงอัตราเงินเดือนของข้าราชการตุลาการและดาโต๊ะยุติธรรม ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อมีการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการทุกประเภท ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2547 ในอัตราปรับ 3 เปอร์เซ็นต์ และมีการปรับเพิ่มอีกครั้ง 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2548 ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำของโครงสร้างเงินเดือน
       
       ซึ่งแต่เดิมเงินเดือนของนายกรัฐมนตรีจะเท่ากับประธานศาลฎีกา แต่ปัจจุบันเงินเดือนนายกรัฐมนตรีสูงกว่าประธานศาลฎีกา และหากจะปรับให้เฉพาะประธานศาลฎีกา ให้เท่ากับของนายกรัฐมนตรี จะทำให้เกิดผลกระทบกับภาพรวมของโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมอื่นๆ ทั้งระบบ
       
       จึงจำเป็นต้องมีการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมทุกตำแหน่งในอัตราเดียวกันกับอัตราเงินเดือนของข้าราชการประเภทอื่น ซึ่งให้รวมถึงข้าราชการอัยการ และตุลาการศาลปกครอง ซึ่งมีโครงสร้างเงินเดือนยึดโยงอยู่กับข้าราชการอื่นด้วย โดยสรุปแล้วมีการปรับรวม 8 เปอร์เซ็นต์ สำหรับกฎหมาย 3 ฉบับดังกล่าว
       
       นางเนตรปรียา กล่าวเพิ่มเติมในเรื่องนี้ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ ครม.ชุดเก่าได้มีการอนุมัติไว้แล้ว ฉะนั้นวันนี้เป็นการอนุมัติเพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอน และที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้
       
       โดยคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่าปัญหาในลักษณะนี้เป็นปัญหาที่ต่อเนื่อง และเกิดวนไปวนมาอยู่ตลอด เพราะระบบเงินเดือนของข้าราชการทุกประเภทจะมีอยู่ 5 บัญชี และเมื่อมีใครได้ปรับขึ้น คนอื่นๆ ก็จะพยายามขอขึ้นตาม จนไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้น ครม.จึงได้มีการพูดคุยกันและจะไปดำเนินการเพื่อวางกฎระเบียบและกำหนดอัตราเงินเดือนที่เเหมาะสม ของทั้ง 5 บัญชี ในอนาคตต่อไป
       
       นายชยพล กล่าวต่อด้วยว่า ในเรื่องนี้เป็นการเห็นชอบโดยระบบ ไม่ได้เป็นการพิจารณาว่าใครทำงานมากหรือน้อยกว่าใคร แต่เป็นโครงสร้างที่ประเทศต่างๆ ก็ได้มีการใช้ในลักษณะนี้เช่นกัน กล่าวคือ เป็นการพิจารณาเชิงระบบมากกว่าเป็นรายบุคคล
       
       
ครม.รับทราบรายงานก.ก.สนับสนุนติดตามการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
       

       นอกจากนี้ ครม.ยังได้มีมติให้ความเห็นชอบในเรื่องเกี่ยวกับการรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการที่ทำหน้าที่สนับสนุนติดตามการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามนโยบายของ ครม. หรือเรียกย่อๆ ว่า ปท.
       
       ครม.ได้รับทราบตามที่ได้รายงานขึ้นมา มีผลการดำเนินงานที่น่าสนใจ คือ กรณีทุจริตก่อสร้างรถไฟฟ้าทางคู่ ได้มีการตรวจสอบแล้วเห็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้เกี่ยวข้องมีความผิด กรณีของนายประสิทธิ์ ชีวิตนิติปัญญา หรือนายเหว่ย เซียะ กัง ได้ดำเนินการยึดทรัพย์สินโดยสำนักงาน ปปง. กรณีการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ต้องชดเชยค่าเสียหายให้แก่กิจการร่วมค้า บีบีซีดี ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
       
       กรณีบริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด ในครั้งที่นายสมเจตน์ ทินพงษ์ ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีพฤติการณ์ดำเนินการไม่ถูกต้อง ไม่โปร่งใส และส่อไปในทางไม่สุจริตหลายประการ และโครงการก่อสร้างล่าช้ากว่าที่กำหนด
       
       นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการป้องกันและปราบปรามทุจริต ซึ่งที่ประชุม ปท. พิจารณาเห็นควรให้ส่วนราชการต่างๆ รวมทั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการต่างๆ รับประเด็นของที่ประชุมไปดำเนินการให้ปรากฏเป็นรูปธรรม
       
       ผู้ช่วยโฆษกแถลงต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจคือได้ดำเนินการจัดตั้งองค์กรเพื่อดูแลรับผิดชอบการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบคมนาคมขนส่ง โดยใช้ชื่อว่า ศูนย์ป้องกันการทุจริตและการละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับทางหลวง ชื่อย่อว่า ศป.ทล. โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
       
       นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันให้มีการจัดตั้งองค์กรเพื่อรับผิดชอบดูแลการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในฝ่ายบริหารด้วย และยังมีการเร่งรัดให้ปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 รวมทั้งมาตรการแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการโครงการก่อสร้างไว้ด้วย เพื่อให้ส่วนราชการต่างๆ ใช้ระเบียบดังกล่าวเป็นแนวปฏิบัติต่อไป

ข่าวประจำวัน : 24 January 2007
แหล่งที่มา ผู้จัดการ
อ่าน 349





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω