หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
219310 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 91
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7333
ข่าวประจำวัน : ระวัง!! ใช้ลูกมะเกลือถ่ายพยาธิ อาจทำให้ตาบอด

โฆษกคุณหมอเตือนประชาชนอย่านำผลมะเกลือมาใช้ถ่ายพยาธิโดยพลการ อาจเสี่ยงตาบอด ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขยกเลิกผลมะเกลือเป็นสมุนไพรใช้ในครัวเรือนแล้ว
       
       
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการใช้สมุนไพรรักษาโรค โดยเฉพาะผลมะเกลือ ว่า ในอดีตมีการใช้สมุนไพรตัวนี้มาใช้ถ่ายพยาธิตัวตืด พยาธิปากขอ พยาธิเส้นด้าย และพยาธิไส้เดือนตัวกลม เนื่องจากผลมะเกลือมีสารไดโอสปีโรล ไดกลูโคไซด์ (Diospyrol-diglucoside) ซึ่งละลายน้ำได้ดี และไม่ถูกดูดซึมผ่านลำไส้ของคน แต่ตัวยาจะอยู่ในพยาธิ ทำให้พยาธิตาย ทั้งนี้ สารไดโอสปีโรล ไดกลูโคไซด์ จะสลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกแสง หรือโดนความร้อน หรือแม้แต่ทิ้งไว้ในอากาศจะเปลี่ยนเป็นสารสีเทา และเป็นสีดำในที่สุด ซึ่งสารดังกล่าวจะหมดฤทธิ์ในการถ่ายพยาธิและกลายเป็นสารมีพิษ จึงต้องใช้ดื่มทันทีภายหลังเตรียมยา ห้ามทิ้งไว้ค้างคืนอย่างเด็ดขาด ฉะนั้นการใช้ผลมะเกลือถ่ายพยาธิ จึงเป็นความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขไม่กำหนดให้มะเกลือเป็นสมุนไพรในงานสาธารณสุขเพื่อใช้ในครัวเรือนแล้ว เนื่องจากมีอันตราย ที่สำคัญที่สุดก็คือทำให้ตาบอดได้
       

       นพ.สุพรรณ กล่าวอีกว่า เมื่อปีที่แล้ว มีรายงานชาวบ้านจากตำบลบ้านแก่ง อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้นำผลมะเกลือจำนวน 10 ผล นำมาบดผสมน้ำกะทิให้ลูกชาย อายุ 12 ปี และน้องชายดื่มเพื่อถ่ายพยาธิ หลังกินแล้วในวันรุ่งขึ้นเด็กมีอาการเวียนศีรษะ อาเจียนจนหมดสติ 1 ราย ญาติต้องรีบนำส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย แพทย์ระบุว่า แพ้ผลมะเกลืออย่างรุนแรง ทำให้สมองบวมและทำลายเนื้อเยื่อประสาทตา จนทำให้ตาบอดในที่สุด
       
       ด้านแพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ เลขานุการมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนาและสาธารณสุขนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การใช้ผลมะเกลือเพื่อถ่ายพยาธิ ต้องใช้โดยผู้ที่รู้จริงเท่านั้น เช่นหมอแผนโบราณ ไม่แนะนำให้ประชาชนทั่วไปใช้เองโดยพลการ เนื่องจากผลมะเกลือมีผลข้างเคียงที่สำคัญคือ คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย มีอาการมึนงง ตามัวได้ โดยผลมะเกลือที่นำมาใช้ จะใช้ผลดิบสด มีสีเขียว ผลต้องไม่ช้ำ ไม่ดำ ในการใช้จะใช้จำนวนเท่ากับอายุคนป่วย คือ 1 ผล ต่ออายุ 1 ปี แต่ไม่เกิน 25 ผล ไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ตาม นำมาโขลกในครกหิน พอแหลก แล้วคั้นเอาน้ำผสมกับหัวกะทิสดในปริมาณ 2 ช้อนชา ต่อมะเกลือ 1 ผล ดื่มทันทีครั้งเดียวให้หมด
       
       อย่างไรก็ดี แม้ว่าผลมะเกลือจะมีสรรพคุณถ่ายพยาธิได้ก็ตาม แต่ปัจจุบันนี้ปัญหาโรคพยาธิลดน้อยลงมาก กระทรวงสาธารณสุข จึงไม่แนะนำให้ประชาชนนำผลมะเกลือมาใช้ถ่ายพยาธิโดยพลการ และสมุนไพรตัวนี้ไม่มีการใช้มานานนับสิบ ๆ ปีแล้ว เนื่องจากการใช้ต้องใช้โดยผู้ที่รู้จริงและใช้อย่างระมัดระวัง โดยการใช้มีข้อห้ามหลายอย่าง เช่นห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ หญิงมีครรภ์หญิงหลังคลอดบุตรใหม่ๆ ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร หรือถ่ายผิดปกติบ่อย ๆ มีอาการไข้ และบางคนอาจแพ้ยานี้ ทำให้เกิดอาการท้องเดินบ่อยครั้ง ใจสั่น แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ อาเจียน ตามัว ถ้ารุนแรงอาจตาบอดได้ โดยมีรายงานว่าผู้ป่วยที่ได้รับพิษเกิน 24 ชั่วโมง อาจตาบอดถาวรได้

 

ข่าวประจำวัน : 25 January 2007
แหล่งที่มา ผู้จัดการ
อ่าน 208





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω