หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
653753 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 88
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7356
ข่าวประจำวัน : 22สส.มะกันหนุนปั๊มยา‘เอดส์-หัวใจ’

โพสต์ทูเดย์ — 22 ส.ส.สหรัฐหนุนหมอมงคลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์/โรคหัวใจ มูลนิธิคลินตันให้กำลังใจ กลุ่มบริษัทธุรกิจยาขู่ชะลอลงทุนในไทยเพื่อประท้วง

เมื่อวันที่ 25 มกราคม ได้มี ส.ส.สหรัฐอเมริกา ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) และลงชื่อกัน จำนวน 22 คน สนับสนุนนโยบายในการบังคับใช้สิทธิบัตรยาเพื่อผลิตยาต้านไวรัสเอดส์และยาโรคหลอดเลือดหัวใจ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมทั้งได้แจ้งว่าก่อนหน้านี้ก็ได้ตำหนิหน่วยงาน ยูเอสทีอาร์ หรือหน่วยงานปกป้องการค้าของสหรัฐ ที่มีหน้าที่ในการต่อต้านเรื่องนี้ โดยระบุว่าขอให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของไทยที่จะดำเนินการบังคับใช้สิทธิบัตร

นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายได้มีเจ้าหน้าที่ มูลนิธิคลินตัน โทรศัพท์มาหา นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้กำลังใจและสนับสนุนการผลิตยาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์ต่อไป

ขณะที่ นายธีระ ฉกาจนโรดม นายกสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ นพ.มงคล ที่มีแผนการที่จะบังคับใช้สิทธิบัตรยากับอีกหลายบริษัท เพื่อผลิตยาต้านไวรัสเอดส์และยาโรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงยาต้านโรคมะเร็งและยาปฏิชีวนะในอนาคต ทำให้อุตสาหกรรมยาทบทวนแผนการลงทุนใหม่ทั้งหมดในประเทศไทย และอาจนำประเทศไทยสู่การโดดเดี่ยวจากนักลงทุนต่างชาติในที่สุด

“สมาชิกสำคัญของสมาคมส่วนหนึ่งต่างก็ตกตะลึงกับการปรารภเจตนาดังกล่าว และต่างก็ได้ยืนยันกับผมว่าได้สั่งชะลอแผนการลงทุนใหม่ทั้งหมดในประเทศไทย เพื่อทบทวนบรรยากาศการลงทุนในประเทศใหม่ เพราะทุกบริษัทต่างก็เป็นกังวลเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศที่รัฐบาลไม่สามารถให้การรับรองเบื้องต้นถึงความปลอดภัยในทรัพย์สินของบริษัทเขาได้” นายธีระ กล่าว

นายกสมาคมผู้วิจัยฯ กล่าวอีกว่า นักลงทุนชื่นชมกับท่านรัฐมนตรีที่ให้ความสนใจในสุขภาพของประชาชน และรู้สึกเห็นใจกับปัญหาทางการเงินที่กระทรวงสาธารณสุขต้องประสบอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้อธิบาย แต่การกระทำที่ดีที่สุดสำหรับปัญหาเช่นนี้คือ ต้องพูดคุยกันเพื่อที่จะหาจุดสมดุลในการแก้ปัญหา การที่รัฐบาลบังคับเอาทรัพย์สินของเอกชน เพราะไม่สามารถซื้อได้นั้น เป็นแบบอย่างที่อันตราย และจะทำลายชื่อเสียงของประเทศไทยที่ไม่ให้ความเคารพต่อกฎกติกาสากล โดยปกติกฎหมายได้อนุญาตให้รัฐทำเช่นนี้กับเวชภัณฑ์ใดๆ ได้ในกรณีที่เป็นเรื่องฉุกเฉินของชาติจริงๆ หรือในระหว่างสงครามเท่านั้น

นายธีระ กล่าวอีกว่า การที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศกับสมาชิกหอการค้าต่างประเทศ ว่า ไทยเป็นตัวอย่างของการประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจ เพราะต้อนรับการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ แต่การมีนโยบายโดยไม่ได้หารือกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเช่นนี้ จะนำประเทศไทยไปสู่การถูกโดดเดี่ยวจากนักลงทุนต่างชาติในที่สุด ที่ผานมาบริษัทด้านชีววิทยาศาสตร์ต่างก็พยายามทำงานอย่างหนัก เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีชีวภาพของภูมิภาคนี้

“การประกาศเจตนาเช่นนี้ มีโอกาสทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้พยายามทำมาตลอดระยะหลายปีที่ผ่านมา ในฐานะศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ” นายธีระ กล่าว

ข่าวประจำวัน : 26 January 2007
แหล่งที่มา โพสต์ทูเดย์
อ่าน 186





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω