หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
663754 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 50
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7441
ข่าวประจำวัน : หวัดใหญ่กลายพันธุ์ ระแวงแฝดหวัดนก

เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H3N2 กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ แต่ละปีมีคนไทยติดเชื้อมากกว่า 1 หมื่นราย และมีอัตราตายประมาณ 1%

แพทย์บางคนตั้งข้อสังเกต การระบาดของเชื้อ H3N2 ในปีนี้ นอกจากสามารถปรับสภาพได้ดี ยังทวีความรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา

ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2550 จนถึงขณะนี้ ทั่วประเทศมีรายงานผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่อย่างเป็นทางการรวม 154 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 3 ราย

รายแรก เป็นชายวัย 41 ปี ที่ จ.หนองคาย ถัดมา เป็นเด็กหญิงอายุ 5 ขวบ ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อีกรายเป็นเด็กหญิงอายุ 2 ขวบ ที่กรุงเทพฯ

แม้ล่าสุด ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขออกมายืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบมีการระบาดข้ามสายพันธุ์ จากไข้หวัดใหญ่ กลายไปเป็นไข้หวัดนกสายพันธุ์มรณะ

แต่ก็พ่วงคำเตือนไว้ว่า อย่าประมาท

เพราะการที่มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ ตาย ในพื้นที่เดียวกับที่มีการระบาดของไข้หวัดนก มีโอกาสสูงที่จะเกิดการระบาดข้ามสายพันธุ์ และกลายพันธุ์ไปเป็นไข้หวัดนกได้

โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษมีอยู่ 2 กลุ่มคือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

ลำพังกลุ่มเด็กยังถือว่าเสี่ยงน้อยกว่าผู้สูงอายุ เพราะตามโรงเรียนส่วนใหญ่มักมีการดูแลเรื่องสุขอนามัยที่ดี

เทียบกับกลุ่มผู้สูงอายุทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่กว่า 9 ล้านคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ และขาดการดูแลสุขอนามัยที่ดี เป็นกลุ่มล่อแหลมที่สุด

ล่าสุดกรมควบคุมโรคแจ้งว่า ขณะนี้มีการสำรองวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ไว้เพียง 300,000 โดส แต่วัคซีนบางส่วน ต้องแจกจ่ายไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมไว้รับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิด

หากต้องฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุ 9 ล้านคน ต้องใช้เงินถึง 4,500 ล้านบาท

ศาสตราจารย์นายแพทย์ ประเสริฐ ทองเจริญ อดีตที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ตั้งข้อสังเกตว่า

ภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดภัยแล้งในปีนี้ นอกจากกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศ ยังอาจทำให้เชื้อไวรัสสามารถกลายพันธุ์

สภาพอากาศที่แห้งแล้ง จนต้นไม้ตาย ทำให้แมลงบินหนีย้ายถิ่นไปอาศัยและหากินในถิ่นอื่น อาจมีผลให้เชื้อไวรัสเปลี่ยนแปลงได้

หรือในกรณีที่เชื้อไวรัส H5N1 (เชื้อไข้หวัดนก) กลับมาระบาดใหม่อีกรอบในสัตว์ปีก ก็อาจเป็นไปได้ที่เกิดจากภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ก่อนหน้านี้ ทำให้เชื้อโรคหลุดลอยไปกับน้ำ หลังน้ำลด จึงมีเชื้อปะปนกระจัดกระจายไปทั่ว

ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสบางรายบอกว่า การที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นแค่ 0.5 องศาเซลเซียส ก็มีโอกาสทำให้เชื้อไวรัสกลายพันธุ์ได้แล้ว

ยิ่งถ้าเชื้อไวรัสไข้หวัดนกกลายพันธุ์ไปผสมกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ในคน ยิ่งทำให้เชื้อทวีความรุนแรง และแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น

เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เชื้อไข้หวัดนกที่กลายพันธุ์ สามารถติดต่อจากคนสู่คนผ่านระบบทางเดินหายใจ เพียงแค่ไอหรือจามใส่กัน ก็ลุกลามติดต่อกันได้ทั่วโลก

โชคดี...ที่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่า เชื้อโรคทั้ง 2 สายพันธุ์ จับมือกันสำเร็จ

แต่ตราบใดที่ “ปฏิบัติการไวรัสล้างโลก” ยังลอยนวล หนทางที่จะทำให้มนุษย์ยังคงถือไพ่เหนือพวกมันได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการตรวจหาเชื้อฯว่า มีความรวดเร็ว แม่นยำ จนสามารถควบคุมมันอยู่หมัดได้แค่ไหน

หนทางที่ว่า เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจวินิจฉัย และขั้นตอนการเฝ้าระวัง ทั้งไวรัสสายพันธุ์ “ไข้หวัดใหญ่” และ “ไข้หวัดนก”

เพราะการตรวจหาเชื้อได้ฉับไว และสามารถเฝ้าระวังอย่างรัดกุม ทำให้รู้ถึงปัญหาที่แท้จริง สามารถแก้ได้ตรงจุดและทันท่วงที

แต่ปัจจุบันยังมีปัญหาหนึ่งที่พบจากการตรวจวินิจฉัยหาเชื้อไวรัสในคน

นั่นคือ การนำเอาชุดตรวจคัดกรอง (Rapid test) ซึ่งใช้ตรวจวิเคราะห์ เบื้องต้นสำหรับ โรคไข้หวัดใหญ่ ไปใช้กับผู้ป่วยต้องสงสัยว่าเป็น ไข้หวัดนก

โดยที่ผู้ทดสอบตามโรงพยาบาล มักเห็นว่า ถ้าผลการตรวจปรากฏออกมาเป็นบวก (+) น่าเชื่อว่า ผู้ต้องสงสัยรายนั้น ป่วยจากการติดเชื้อ ไข้หวัดใหญ่

แต่ปัญหาอยู่ที่การนำชุดตรวจนี้ ไปใช้งานกับกรณีไข้หวัดนกด้วย ทั้งที่มันไม่สามารถวินิจฉัยยืนยันได้ว่า ผู้ป่วยรายนั้นติดเชื้อไข้หวัดนกหรือไม่

ปัญหาที่มักเกิดก็คือ เมื่อผู้ใช้ชุดตรวจ ทำการวิเคราะห์แล้วได้ผลออกมาเป็นลบ (-) มักจะเข้าใจว่า ผู้ป่วยรายนั้น ไม่ใช่ทั้งผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดนก

จึงละเลยที่จะส่งต่อตัวอย่างสิ่งที่ต้องตรวจไปยังห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้ทำการตรวจวินิจฉัยยืนยันผลโดยละเอียดอีกครั้ง แถมยังชะล่าใจ ไม่มีการรายงานโรคตามระบบการเฝ้าระวังที่ถูกต้อง

นี่คือจุดบอดที่ล่อแหลมอย่างยิ่ง และอาจกลายเป็นจุดจบชีวิตผู้ป่วยบางราย ที่ตายโดยไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่า เป็นเพราะติดเชื้อไข้หวัดนกหรือไม่

เพราะโดยหลักการเฝ้าระวัง และรายงานผลที่ดี แม้ว่าผลการตรวจด้วยชุดคัดกรองเบื้องต้น จะให้ผลออกมาเป็นลบ (-)

ยังต้องมีการรายงานตามระบบการเฝ้าระวังโรค และเก็บตัวอย่างสิ่งที่ต้องส่งตรวจไปให้ห้องแล็บของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกภาคถึง 14 แห่ง เป็นผู้วินิจฉัยฟันธง เป็นขั้นตอนสุดท้าย

ในทางปฏิบัติเมื่อห้องแล็บของกรมวิทย์ฯ ได้รับตัวอย่างสิ่งส่งตรวจ ซึ่งเป็นสารคัดหลั่งที่เก็บจากบริเวณโพรงจมูก หรือบริเวณปอดของผู้ป่วยซึ่งเข้าข่ายน่าสงสัย

ตัวอย่างจะถูกนำไปตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ด้วยวิธี Reverse Transcription Polymerase Chain Reaction โดยใช้วิธีการตรวจที่แตกต่างกันมากกว่า 1 วิธี ตามระเบียบที่ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด และได้มาตรฐานตามที่องค์การอนามัยโลกยอมรับ

เมื่อผลการตรวจระบุออกมาว่า เป็นเชื้อไข้หวัดนกหรือไม่ ตามขั้นตอนกรมวิทย์ฯ จะมีการรายงานผลผ่านระบบโทรสาร (Fax) ไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมกับรายงานผ่านทางอินเตอร์เน็ต ที่ www.dmsc.moph.go.th หรือที่ www.cclts.org และรายงานผ่านระบบ Call Center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2951-0000 หรือ โทร. 08-1989-1978 (นอกเวลาราชการ)

การเฝ้าระวัง เตือนภัย และรายงานโรคในลักษณะนี้ เป็นมิติใหม่ที่นำมาช่วยขจัดปัญหาความล่าช้าของระบบการรายงานผล ตามวิธีปฏิบัติของทางราชการ ทำให้สามารถรู้ และสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคได้รวดเร็วขึ้น

กระนั้นก็ตาม ขณะนี้มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ H3N2 ในหลายพื้นที่ แถมยังมีผู้ป่วยเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็วผิดสังเกต

จึงมีข้อพึงสังวรณ์ เพื่อให้แพทย์และบุคลากรทางสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องได้ตระหนัก

ประการแรก โรคไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาดมีลักษณะอาการ รุนแรงขึ้น

ประการถัดมา ชุดตรวจคัดกรอง Rapid test ซึ่งผลิตออกมาเพื่อตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ เมื่อนำไปใช้ตรวจหาเชื้อไข้หวัดนก เชื่อถือไม่ได้

ประการที่สาม การระบาดของไข้หวัดใหญ่ ในพื้นที่ซึ่งมีสัตว์ปีกป่วยตาย ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสเห็นว่า มีโอกาสทำให้เชื้อไวรัสทั้ง 2 ชนิด กลายพันธุ์

ในเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏเช่นนี้ หากกระบวนการเฝ้าระวังตรวจวิเคราะห์ และรายงานผลยังอยู่บนความประมาท และหน่อมแน้ม โอกาสที่เชื้อไวรัสรูปแบบใหม่ จะกลายพันธุ์มาเล่นงานมนุษย์ มีความเป็นไปได้สูง

และเมื่อวันนั้นมาถึง ใครจะคิด หนังฮอลลีวูด “ไวรัสล้างโลก” จะกลายเป็นเรื่องจริงผ่านจอ.


ข่าวประจำวัน : 1 February 2007
แหล่งที่มา ไทยรัฐ
อ่าน 256





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω