หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
875975 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 98
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7460
ข่าวประจำวัน : กลับมาอีกครั้ง ไวรัส ‘H5N1’ ประชาชน-รัฐร่วมมือสกัดเชื้อร้าย (จบ)


ปัจจุบันเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 (H5N1) กำลังกลับมาแพร่ระบาดครั้งใหม่ในหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะเชื้อโรคนี้สามารถติดต่อจากสัตว์มาสู่คนได้ หากมีการสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ และสารคัดหลั่งของสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายด้วยโรคไข้หวัดนก
 
การแพร่ระบาดของไข้หวัดนกครั้งนี้ทางองค์การอนามัยโลก(WHO) ได้แสดงความกังวลและเตือนว่า ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกไม่ควรนิ่งนอนใจกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสร้ายสายพันธุ์นี้ เนื่องจากหากไม่มีการเฝ้าระวังที่ดีและมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสที่เชื้อไข้หวัดนกนี้จะระบาด
ครั้งใหญ่ !!
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากย้อนกลับไปเมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา ปีเดียวมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตเพราะไข้หวัดนกถึง 80 ราย จากตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งหมด 163 ราย นับตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา
 
แสดงให้เห็นว่า “ไข้หวัดนก” ถือเป็นภัยคุกคามมนุษย์ที่รุนแรงไม่แพ้โรคติดต่อชนิดอื่น ๆ !!!
 
และที่น่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้นก็คือ เชื้อไวรัสเอช 5 เอ็น 1 สายพันธุ์นี้มีโอกาส ที่จะกลายพันธุ์ได้ หากมีการผสมข้ามสายพันธุ์กับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในคน !!
 
จนทำให้เชื้อไข้หวัดนกกลายพันธุ์จนสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ !??!
 
จึงเป็นเรื่องที่ประเทศต่าง ๆ ต้องร่วมมือกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกอย่างจริงจัง เพราะหากยังไม่สามารถกำจัดเชื้อไข้หวัดนกให้หมดสิ้นหรือจำกัดพื้นที่การแพร่ระบาดได้ก็มีโอกาสเสี่ยงที่เชื้อไวรัสสายพันธุ์มฤตยูนี้จะระบาดในคน !!!
       
อย่างไรก็ตามสำหรับการแพร่ระบาด ของไข้หวัดนกในประเทศไทย หลังจากที่หน่วยงานภาครัฐมีบทเรียนมาแล้วเมื่อครั้งการแพร่ระบาดใหญ่ของไข้หวัดนกในรอบแรกเมื่อปี 2547 พร้อมกับโดนข้อกล่าวหาว่า มีการปกปิดข้อมูล  จนทำให้เชื้อร้ายได้แพร่ระบาดในสัตว์ปีกเกือบทั่วประเทศ และทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อและเสียชีวิตตามมา !??!
 
ในการระบาดของไข้หวัดนกรอบ 4 นี้ ภาครัฐจึงสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในทุกพื้นที่อย่างเต็มที่หลังจากที่ได้ตรวจพบ  เชื้อ H5N1 ในสัตว์ปีก 2 จุด ที่ จ.หนองคาย และ จ.พิษณุโลก
 
พร้อมทั้งมีผู้ป่วยที่มีอาการอยู่ในข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก และผู้ป่วยที่รอผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการเนื่องจากผู้ต้องสงสัยมีอาการคล้ายผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไข้หวัดนก อย่างไรก็ตามถึงแม้ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการที่ผ่านมายังไม่พบผู้ป่วยไข้หวัดนก เป็นเพียงผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น แต่ทางหน่วยงานต่าง ๆ ก็เข้าดูแลทุกพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้เตรียมยา เวชภัณฑ์ และห้องแยกเชื้อ เพื่อดูแลผู้ป่วยให้พร้อมตลอดเวลาเพื่อให้การรับมือไข้หวัดนกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพหากเกิดกรณีมีการแพร่เชื้อติดสู่คน
      
ด้าน นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวยืนยันว่า “ทางกระทรวงฯ มั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในครั้ง  นี้ได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา เพราะทางเจ้าหน้าที่มีประสบการณ์และความพร้อมในการเฝ้าระวังและป้องกันเพิ่มมากขึ้น”
 
ทั้งนี้สำหรับการป้องกันและแก้ปัญหาในอนาคตนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขเตรียมที่จะผลิตวัคซีนไข้หวัดนกเองด้วยการขอให้ทางจีนช่วยถ่ายทอดเทคโน โลยีให้กับไทย และให้องค์การเภสัชกรรมตั้งโรงงานผลิตวัคซีนขึ้นเอง
  
อย่างไรก็ตามการที่ไข้หวัดนกได้กลับมาระบาดในประเทศไทยอีกครั้งสิ่งที่สำคัญก็คือ ประชาชนคนไทยควรที่จะรู้จักวิธีป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคไข้หวัดนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย หากมีอาการป่วยมีไข้  สูง ปวดกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ แล้วมีประวัติสัมผัสไก่ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจทันที
 
นอกจากนี้หากจะบริโภคสัตว์ปีก ไข่ไก่ ก็ควรจะปรุงให้สุกด้วยความร้อน และหากสัตว์ปีกที่เลี้ยงตายจำนวนมากผิดปกติและไม่ทราบสาเหตุ จะต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าทำการตรวจสอบ พร้อมทั้งห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกในบริเวณดังกล่าวอย่างเด็ดขาด เพราะอาจมีเชื้อไข้หวัดนกและติดต่อสู่คนได้ ส่วนการทำลายซากสัตว์ต้องสวมถุงมือยาง หรือถุงพลาสติกหนา ๆ และเก็บซากสัตว์ใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงให้มิดชิด นำไปเผาในเตาเผาหรือหลุม หากใช้วิธีฝังต้องฝังในหลุมลึกไม่น้อยกว่าครึ่งเมตร และต้องโรยปูนขาวหรือราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วกลบดินฝังให้แน่น !!!
 
การแพร่ระบาดของไวรัส “H5N1” ในครั้งนี้นั้นยังไม่สามารถบอกได้ว่าเชื้อโรคมฤตยูสายพันธุ์นี้จะแพร่ระบาดไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศอีกหรือไม่ !??!
 
แต่หากประชาชนช่วยกันร่วมมือกับภาครัฐในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างเต็มที่ก็น่าจะช่วยให้ความเสี่ยงที่จะมีคนติดเชื้อไข้หวัดนกอีกลดน้อยลง !!!.

จิรวัฒน์ จารุพันธ์
ทีมเดลินิวส์ 38
y_38@dailynews.co.th

ข่าวประจำวัน : 2 February 2007
แหล่งที่มา เดลินิวส์
อ่าน 189





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω