หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
097197 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 96
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7485
ข่าวประจำวัน : เผยคนไทยตายเพราะมะเร็งพุ่งสูงเป็นอันดับหนึ่ง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 กุมภาพันธ์ 2550 16:29 น.
       องค์การอนามัยโลก เผยโรคมะเร็งคร่าชีวิตคนทั่วโลก 7.9 ล้านคนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งของคนไทยเกือบ 50,000 คนต่อปี โดยมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี แพทย์แนะปรับพฤติกรรมเลิกบุหรี่ เลิกเหล้า ลดกินเนื้อแดง หันกินผัก ผลไม้ และออกกำลังกายประจำเพื่อป้องกันมะเร็ง หลีกเลียงปัจจัยเสี่ยงการเป็นมะเร็ง
       

       ศ.กิตติคุณ นพ.ชัยเวช นุชประยูร ผู้ช่วยประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายการแพทย์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อป้องกันโรคมะเร็ง เนื่องในวันมะเร็งโลก (World Cancer Day) และกล่าวว่า องค์การอนามัยโลก และสหภาพต่อต้านมะเร็งระหว่างประเทศ ได้ร่วมกันกำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก เพื่อกระตุ้นเตือนบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนให้ตระหนักว่ามีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยคำขวัญวันมะเร็งโลกปีนี้คือ “Today’s children, tomorrow’s world” แปลความว่า “มะเร็งของเด็กในวันนี้ คือมะเร็งของโลกในวันพรุ่งนี้” ซึ่งมีความหมาย 2 นัย คือ เน้นการดูแลเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็ง และเน้นการลดพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อป้องกันมะเร็งตั้งแต่วันนี้เพื่ออนาคต ซึ่งทางศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง จึงจัดการประชุมนี้ขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้ต่อประชาชนและสร้างเครือข่ายการช่วยเหลือของอาสาสมัคร ผู้ป่วย และญาติ และให้เป็นไปตามพระปณิธานในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ
       
       “จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก ปี 2548 มะเร็งยังเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของโลก ปีละ 7.6 ล้านคน หรือร้อยละ 13 ของผู้เสียชีวิตทั่วโลก 58 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี คาดจะเพิ่มเป็น 9 ล้านคน ในปี 2558 และเพิ่มเป็น 11.4 ล้านคน ในปี 2573 ซึ่งมะเร็งที่เป็นสาเหตุหลักคือ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม ตามลำดับ ซึ่งผู้ชายจะเป็นมะเร็งปอดมากที่สุด ส่วนผู้หญิงจะเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุด” ศ.กิตติคุณ นพ.ชัยเวช กล่าว และว่า
สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของไทย และเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี ปี 2542 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็ง 36,091 คน เพิ่มเป็น 49,862 คน ในปี 2546 โดยมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี เป็นสาเหตุหลัก รองลงมา เป็นมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก ตามลำดับ
       

       ศ.กิตติคุณ นพ.ชัยเวช กล่าวอีกว่า ในประเทศไทย พบมะเร็งที่มีปัจจัยเสี่ยงจากการติดเชื้อเรื้อรังบ่อยกว่ามะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งตับ ปัจจัยเสี่ยงคือ ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซี มะเร็งท่อน้ำดี ปัจจัยเสี่ยงคือ ติดเชื้อจากพยาธิใบไม้ในตับ พบมากแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะนิยมบริโภคปลาดิบ มะเร็งปากมดลูก ปัจจัยเสี่ยงคือ ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV-Human Papolloma Virus) ซึ่งพบได้ทั่วไป นอกจากนี้ การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปอด ซึ่งพบผู้ป่วยทางภาคเหนือมากกว่าภาคอื่น รวมไปถึงมะเร็งปากและลำคอ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งตับ มะเร็งไต เป็นต้น ส่วนการดื่มสุรา ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งตับ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งเต้านม เป็นต้น นอกจากนี้ กรรมพันธุ์สายตรงก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่ง
       
       “องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวัน สามารถลดโอกาสเกิดมะเร็งได้ร้อยละ 40 อาทิ งดการสูบบุหรี่และดื่มเหล้า ลดการบริโภคเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อแดง บริโภคผักผลไม้มากขึ้น ออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนัก ดูแลสุขภาพไม่ให้มีโรคติดเชื้อเรื้อรังที่กล่าวข้างต้น สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้มีปัจจัยเสี่ยง ควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อการคัดกรองมะเร็งระยะแรก” ศ.กิตติคุณ นพ.ชัยเวช กล่าว
       
       ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันจุฬาภรณ์ เปิดให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับมะเร็ง ผ่านทาง “สายด่วนโครงการมิตรภาพบำบัด” โทร. 1141 กด 4949 ซึ่งมีแพทย์ พยาบาล ผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำแนะนำรวมถึงช่วยเหลือและเป็นกำลังใจตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวประจำวัน : 4 February 2007
แหล่งที่มา ผู้จัดการ
อ่าน 224





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω