หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
097198 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 83
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7641
ข่าวประจำวัน : 'ฆ่าตัวตาย' แฟชั่นคนดัง (1) ทางออกที่ไม่ได้แก้ปัญหา



การฆ่าตัวตายของนางเอกแดนโสม จอง ดา-บิน เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา เป็นข่าวครึกโครมอย่างมาก และคนไทยก็ให้ความสนใจกับข่าวนี้  เพราะกำลังอยู่ในช่วงเกาหลีฟีเวอร์พอดิบพอดี
 
ขณะที่ปลายเดือน ม.ค. ก่อนหน้านี้ ยูนี ดารา-นักร้องดังเกาหลีก็เพิ่งแขวนคอตายหมาด ๆ เพราะความเครียดเช่นเดียวกัน 
 
เลยมีการตั้งคำถามว่า การฆ่าตัวตายเป็นแฟชั่นการหาทางออกของชีวิตของคนดัง ๆ หรืออย่างไร...?
 
หากย้อนกลับไปในอดีตก็จะเห็นดารา คนดัง ทั่วโลก หาทางออกด้วยการฆ่าตัวตายมาแล้วหลายต่อหลายคน 
 
เมื่อต้นปี 48 ลี อุน จู นางเอกแดนโสมอีกคนก็กรีดข้อมือและแขวนคอตายในห้องพักของตนเอง เลสลี่ จาง พระเอกชื่อดังชาวฮ่องกงก็กระโดดตึกตายเมื่อปี 46  ส่วนคนดังของไทยก็มี โจ้-อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ นักร้องนำวงพอส รวมไปถึงนางเอก–นางงามลูกครึ่ง ฟ้ารุ่ง  ชาลีรัตน์ ทั้งคู่ปลิดชีพตัวเองด้วยอาวุธปืนเมื่อหลายปีก่อน หรือแม้กระทั่ง  ดาราฮอลลีวู้ดรุ่นเก๋าอย่างมาลิรีน มอลโล  ก็ฆ่าตัวตายด้วยเหมือนกัน 
 
การฆ่าตัวตายคงไม่ใช่แฟชั่นที่จำกัดเฉพาะในแวดวงคนดัง ที่จริงแล้วการหาทางออกให้ชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายมีให้เห็นบ่อยครั้ง เพียงแต่หากไม่ได้เกิดกับบุคคลที่เป็นสาธารณะก็จะไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่านั้น
 
สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป  สังคมที่บีบรัดทั้งด้านชีวิตส่วนตัวและการงานได้สร้างความกดดันให้กับผู้คน  เกิดความเครียด  ทำให้จิตใจที่เข้มแข็งต้องอ่อนแอลงทุกขณะ ทำให้ผู้คนต้องพยายามหาทางออก 
 
และเมื่อใดที่ไม่สามารถหาทางออกให้กับตนเอง ไม่สามารถทำใจให้ยอมรับกับปัญหาได้ ส่งผลให้เกิดความคิดว่าตนเองไร้ค่า หมดความหมาย จึงมองว่าการฆ่าตัวตายเป็นทางออกที่ดีที่สุด
 
จากสถิติการฆ่าตัวตายพบว่า ประเทศฮังการี เป็นประเทศที่มีการฆ่าตัวตายมากที่สุด คือ มีการฆ่าตัวตาย 38.6 คนต่อประชากร 100,000 คน รองลงมาเป็นประเทศศรีลังกาและญี่ป่น
 
สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 26 มีอัตราฆ่าตัวตาย 9 คนในประชากร 100,000 คน
 
และการฆ่าตัวตาย ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับต้น ๆ  1 ใน 10 สาเหตุของการเสียชีวิตของผู้คนทั่วโลกด้วย
 
เอกสารของกรมสุขภาพจิต ระบุว่า ประชากรที่ฆ่าตัวตายมีอายุเฉลี่ยระหว่าง 15-24 ปี โดยจังหวัดที่มีการฆ่าตัวตายมากที่สุดก็คือ เชียงใหม่, ลำพูน, เชียงราย, ระยองและจันทบุรี ตามลำดับโดยสถิติล่าสุดในปี 48 มีจำนวนคนฆ่าตัวตายสำเร็จ 3,941 คน เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง คือเป็นชาย 3,033 คน เป็นหญิง 908 คน คิดเป็นอัตราการฆ่าตัวตาย 6.34 : 100,000 คน  
 
ในขณะที่ข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งสำรวจพฤติกรรมของเด็กอายุระหว่าง 13–18 ปี พบว่า มีเด็กไทยคิดฆ่าตัวตายปีละ 5,000 คน แต่ฆ่าตัวตายสำเร็จวันละ  1–2 รายข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ยังระบุว่า ได้จำแนกกลุ่มอายุของผู้ที่คิดฆ่าตัวตายออกเป็น 4 ช่วงอายุ คือ อายุ 15–19 ปี, 20–24 ปี, 25–39 ปี, 40–46 ปี และมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
 
โดยพบว่า ช่วงอายุระหว่าง 25-39 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุด  แต่มาในช่วงปี 35–41 พบว่าเด็กวัยรุ่นอายุระหว่าง 15–19 ปีมีการฆ่าตัวตายมากขึ้นกว่าวัยอื่น ๆ จากนั้นก็เริ่มลดลงโดยวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมีแนวโน้มฆ่าตัวตายมากขึ้น
 
สำหรับวิธีการฆ่าตัวตายในประเทศไทยที่พบบ่อยก็คือ การแขวนคอ และเป็นวิธีที่ฆ่าตัวตายที่พบมากที่สุดในโลกด้วย รองลงมาจะเป็นการดื่มกินสารพิษและการใช้อาวุธ
 
ความเครียดจากสภาพสังคมที่บีบคั้น แก่งแย่ง บวกกับสภาพจิตใจที่บอบบางและอ่อนแอ ที่มุ่งหาทางออกให้กับชีวิต 
 
ยังทำให้การฆ่าตัวตาย เป็นแนวทางการแก้ปัญหาของผู้คน ถึงแม้จะเป็นทางออกที่ไม่ได้แก้ปัญหาเลยก็ตาม...???.

นภาพร พานิชชาติ
ทีมเดลินิวส์ 38
y_38@dailynews.co.th

ข่าวประจำวัน : 13 February 2007
แหล่งที่มา เดลินิวส์
อ่าน 270





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω