หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
431531 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 84
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7663
ข่าวประจำวัน : ‘ฆ่าตัวตาย’ แฟชั่นคนดัง - (2) อย่าชะล่าใจกระแสเลียนแบบ (จบ)


ความกังวลว่าจะมีการฆ่าตัวตายเลียนแบบคนดังร้อนขึ้นมาทันที เพราะดาราและนักร้องเกาหลีทั้งสองคนที่ฆ่าตัวตายในช่วงห่างกันไม่ถึงเดือน ต่างก็เป็นที่รู้จักและมีแฟนคลับอยู่มากมาย ซึ่งในเมืองไทยก็มีวัยรุ่นชื่นชอบคนดังทั้งสองอยู่ไม่น้อย
 
อย่างไรก็ตามในกรณีนี้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า การเลียนแบบจะไม่เกิดขึ้นกับคนที่ไม่มีความคิดฆ่าตัวตายอยู่ก่อน แต่สำหรับคนที่คิดฆ่าตัวตายอยู่แล้ว อาจจะทำให้เห็นช่องทางหรือวิธีการที่จะฆ่าตัวตายมากขึ้น เพราะมีผลการวิจัยยืนยันว่า หลังจากที่มีคนดัง ๆ ฆ่าตัวตายก็จะมีคนฆ่าตัวตายด้วยวิธีการคล้าย ๆ กันมากขึ้น
 
ถึงแม้ในเมืองไทยกระแสการฆ่าตัวตายเลียบแบบคนดังจะยังมีไม่มากนัก แต่ก็ชะล่าใจไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีเด็กเลียนแบบละครลากปืนของผู้ปกครองไปยิงคนอื่นมาแล้ว
 
ซึ่งในทำนองเดียวกันนี้ที่มีข่าวว่า มีคนฟังเพลง “gloomy Sunday” ซึ่งแต่งโดย ลาฟโร จาร์วัว นักกวีชาวฮังการีแล้วฆ่าตัวตาย กว่า 200 รายทั่วโลก  จนทำให้รัฐบาลฮังการีต้องสั่งห้ามเปิดเพลงนี้ออกอากาศ

โดยมีการวิเคราะห์ว่า เนื้อหาและท่วงทำนองที่โหยหวนและรันทดใจ ส่งผลให้จิตใจของผู้ที่ฟังเพลงและอาจจะมีแนวคิดเรื่องการฆ่าตัวตายอยู่แล้ว ตัดสินใจฆ่าตัวเอง
 
นายอภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้คนคิดฆ่าตัวตายมากที่สุด มาจากปัจจัยทั้งภายในจิตใจและปัจจัยภายนอก
 
ปัจจัยภายในจิตใจ ก็ได้แก่การเป็นโรคซึมเศร้า โรคเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่เป็น HIV ต่างถูกปัญหารุมเร้า เกิดความกลุ้มใจ หรืออาจจะผิดหวังจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
 
สำหรับปัจจัยภายนอก ก็เกิดจากสภาพแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ ทำให้เกิดการเครียดและกดดัน คิดว่าไม่สามารถหาทางออกได้  จึงคิดว่าการตายเป็นทางออกสุดท้ายของชีวิต 
 
รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต บอกว่า หากว่าในช่วงที่คนคิดฆ่าตัวตายแล้วมีใครเข้าไปพูดปลอบโยน หรือให้คำปรึกษา อาจจะทำให้เขาได้สติและเปลี่ยนความคิดที่จะฆ่าตัวตายได้ 
 
ด้านสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต  ระบุว่า วัยรุ่นเป็นช่วงอายุที่มีแนวโน้มฆ่าตัวตายมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความผิดหวังจากความรัก การเรียน ขัดแย้งความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง 
 
การแสดงออกทางอารมณ์ของวัยรุ่นที่มีปัญหาถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายมักเป็นไปในรูปแบบของ “พฤติกรรม” มากกว่าการสื่อสารด้วยคำพูด บางครั้งจะมีพฤติกรรมแปลก ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน ร้องไห้บ่อยโดยหาสาเหตุไม่ได้ เก็บตัว ไม่พูด เรียนแย่ลง เหม่อลอย หรือบางครั้งจะพูดถึงเรื่องฆ่าตัวตายบ่อย ๆ
 
การฆ่าตัวตายในเพศชายและหญิงแตกต่างกัน เพศหญิงจะพยายามลงมือบ่อยครั้งกว่าแต่วิธีการไม่รุนแรง ส่วนเพศชายถึงแม้จะลงมือไม่บ่อยครั้งแต่ด้วยวิธีการที่รุนแรง จึงทำให้โอกาสในการช่วยเหลือน้อยกว่าและเปอร์เซ็นต์การฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่า
 
สัญญาณเตือนเหล่านี้พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ หมั่นสังเกตเด็กในปกครอง อย่าคิดว่าเป็นการพูดเล่น เพราะนั่นเท่ากับปล่อยโอกาสการช่วยเหลือให้ลดน้อยลงทุกที 
 
รวมไปถึงต้องดูแลเด็กที่เคยฆ่าตัวตายมาแล้วอย่างใกล้ชิด  เพราะโอกาสที่จะกลับไปฆ่าตัวตายซ้ำมีมาก และโอกาสที่จะทำสำเร็จก็มีมากเช่นกัน
 
การฆ่าตัวตายยังสร้างความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจด้วย ประเทศไทยมีการฆ่าตัวตายมากที่สุดในช่วงอายุระหว่าง 20-40 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงาน 
 
มีการคำนวณค่ากลางการทำงานหากไม่ฆ่าตัวตายไว้ประมาณ 20 ปี รายได้เฉลี่ยเดือนละ 4,000 บาทต่อเดือน หรือ 48,000 บาท ต่อปี หนึ่งคนที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายจะเสียการสร้างรายได้ราว 960,000 บาท แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 4,000 คน ดังนั้นประเทศจะสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้  3,840 ล้านบาทต่อปี
 
แต่การสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ ก็คงไม่เท่ากับการสูญเสียด้านสุขภาพจิตของพ่อ แม่ พี่ น้อง และคนในครอบครัว
 
วันวาเลนไทน์ปีนี้ลองหันมารักตัวเองและครอบครัวให้มาก กว่ารักแบบอื่น ซึ่งจะเป็นเกราะกำบังให้เราห่างไกลจากการฆ่าตัวตายได้....!?!.

นภาพร พานิชชาติ
ทีมเดลินิวส์ 38
E-mail :
y_38@dailynews.co.th

ข่าวประจำวัน : 14 February 2007
แหล่งที่มา เดลินิวส์
อ่าน 252





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω