หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
774865 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 90
 
SELECT * FROM tabnews Where Id= 7669
ข่าวประจำวัน : กระอักค่าโง่เอฟทีโผล่6พันล้าน ปตท.เอาคืนทบดอกเบี้ย6.7%

เศรษฐกิจ

14 กุมภาพันธ์ 2550    กองบรรณาธิการ

คนไทยเสียค่าโง่ ปตท.อีก 6 พันล้าน หลังดีใจช่วยลดราคาก๊าซฯ ล่วงหน้างวดเดือน ต.ค.49 กดค่าไฟ 15 สตางค์ต่อหน่วย สุดท้ายอ่วมทั้งเงินต้นบวกดอกเบี้ยอีก 6.7%

เฉลี่ยปีละ 400 ล้าน เผยสัญญาสั่งทยอยเก็บ  4  ปี  ประเดิมหักส่วนลดค่าไฟงวดเดือน ก.พ.นี้ 2 สตางค์ต่อหน่วย เหลือให้ชาวบ้านแค่  5 สตางค์ จากเดิมควรลงได้ถึง 7.85 สตางค์ สนพ.เต้นต่อรองดอกเบี้ย ชี้งวดหน้ามีสิทธิ์พุ่งกระฉูด

เมื่อวันที่  13  กุมภาพันธ์  ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าและค่าบริการที่มีนายณอคุณ  สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน นั่งเป็นประธานแทนนายพรชัย รุจิประภา  ปลัดกระทรวงพลังงาน   มีมติเห็นชอบเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดบิลเดือน  ก.พ.-พ.ค.2550 ลดลง  5  สตางค์ต่อหน่วย  จากงวดเดือน  ต.ค.2549-ม.ค.2550 หน่วยละ 78.42 สตางค์ เหลือ 73.42 สตางค์ เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ยประมาณ 2.25 บาทต่อหน่วย ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนจะลดลงจากหน่วยละ  3.03 บาท เหลือ 2.98 บาท หรือลดลง 1.65% เนื่องจากการบริหารจัดการด้านเชื้อเพลิงในช่วงเดือน  ต.ค.2548-ม.ค.2549  มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำและลิกไนต์ต้นทุนราคาถูกเพิ่มขึ้น  รวมทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพีเข้าระบบจ่ายไฟฟ้าได้ก่อนกำหนด  ทำให้ประเทศลดการใช้น้ำมันเตาผลิตไฟฟ้า 1,140 ล้านหน่วย คิดเป็นเงิน 4,200 ล้านบาท นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตามีแนวโน้มลดลงด้วย
อย่างไรก็ตาม  ค่าเอฟทีดังกล่าวควรลดลงได้ถึง  7.85  สตางค์ต่อหน่วย  แต่ลดลงได้เพียง 5 สตางค์  เนื่องจากต้องกันส่วนลดลง  2 สตางค์ต่อหน่วยไปใช้หนี้ค่าก๊าซธรรมชาติให้บริษัท  ปตท. จำกัด (มหาชน)  เพราะในช่วงรัฐบาลชุดที่ผ่านมา นายวิเศษ จูภิบาล รมว.พลังงานขณะนั้น สั่งการให้ ปตท.ลดราคาก๊าซธรรมชาติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  6,000 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ขึ้นค่าเอฟทีในงวดเดือน ต.ค.2548-ม.ค.2549  หน่วยละ 25 สตางค์ โดยการลดราคาก๊าซฯ ครั้งนั้นสามารถลดค่าเอฟที 15 สตางค์ต่อหน่วย
แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า  การประกาศลดค่าเอฟทีในงวดเดือน ต.ค.2548-ม.ค.2549 ไม่มีการชี้แจงประชาชนถึงการผลักภาระมาถึงผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอัตราคงที่อีก  6.7%  ซึ่งต้องเก็บคืนภายใน  4  ปี โดยบวกในราคาเนื้อก๊าซฯ  เป็นเงิน 2.50 บาทต่อล้านบีทียู และเริ่มทยอยจ่ายงวดละ  50  สตางค์ต่อล้านบีทียู ตั้งแต่เดือน ก.พ.2549
ทั้งนี้  อัตราดอกเบี้ย  6.7% ต่อปี ส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายภาระดอกเบี้ย 400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการหักส่วนลด  2.85  สตางค์ต่อหน่วยในค่าเอฟทีงวดล่าสุด สามารถใช้หนี้เงินต้นคืน  ปตท. 1,270 ล้านบาท
ด้านนายณอคุณกล่าวว่า  การพิจารณาค่าเอฟทีรอบนี้สามารถลดได้ถึง  7.85 สตางค์ต่อหน่วย  แต่เนื่องจาก   ปตท.ช่วยลดราคาก๊าซฯ ในอนาคตให้ กฟผ.และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (ไอพีพี)  เพื่อผลิตไฟฟ้าในงวดเดือน  ต.ค.2548-ม.ค.2549  จำนวน 6,000 ล้านบาท จึงต้องหักส่วนลดเพื่อจ่ายคืน ปตท.และต้องทยอยจ่ายจนถึงปี  2553 ตามสัญญา ซึ่งหากงวดนั้นขึ้นค่าเอฟทีทีเดียว 25 สตางค์ต่อหน่วย จะส่งผลให้ราคาต้นทุนสินค้าสูงขึ้นและส่งผลต่อการแข่งขันของอุตสาหกรรม
นายวีระพล  จีรประดิษฐ์กุล  ผู้อำนวยการ สนพ. กล่าวว่า สนพ.สั่งให้ ปตท.จัดทำข้อมูลตัวเลขอัตราดอกเบี้ยและแผนการชำระหนี้  เพื่อขอเจรจาลดดอกเบี้ย  นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาค่าเอฟทีงวดเดือน  มิ.ย.-ก.ย.50  มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เพราะปริมาณน้ำน้อยลง ขณะที่ราคาก๊าซฯ และน้ำมันเตาปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งความต้องการใช้ไฟสูงขึ้นเล็กน้อย.
ข่าวประจำวัน : 14 February 2007
แหล่งที่มา ไทยโพสต์
อ่าน 222





ย้อนกลับ
 
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
 
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม
since 21/02/44 World Map  
ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω