หน้าแรก

เฉพาะเว็บนี้ ทั่วโลก
 
 
  แบบสำรวจความคิดเห็น
 
ความรวดเร็วในการ
สืบค้นข้อมูล
ความน่าสนใจของข้อมูล
ผู้ให้ข้อมูล
บุคลากรกระทรวง สธ.
บุคคลภายนอก
ความคิดเห็น อื่นๆ
875975 -ใส่ตัวเลขที่เห็น
 
เก็บหน้านี้ไว้ใน Favorites
 
ผู้ใช้ขณะนี้ 76
 
Hot Issue : ยาน้ำแก้ไอผสมโคเดอีน


วัตถุเสพติด

กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
กระทรวงสาธารณสุข

ยาน้ำแก้ไอผสมโคเดอีน

    ประเภทของยาแก้ไอ
      ยาแก้ไอสามารถแบ่งตามลักษณะการออกฤทธิ์ ได้เป็น 2 ประเภทคือ
   1. ยาระงับอาการไอ ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ที่ศูนย์ควบคุมการไอในสมอง ใช้รักษาอาการไอแห้ง ไม่มีเสมหะ
   2. ยาขับเสมหะ เป็นยาที่ช่วยกระตุ้นการขับเสมหะออกจากทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นผลให้อาการไอลดลง

      ยาแก้ไอที่ออกฤทธิ์ที่ศูนย์ควบคุมการไอในสมองนั้น แบ่งได้เป็นยาแก้ไอที่มียาเสพติดเป็นส่วนผสม และไม่มียาเสพติดเป็นส่วนผสม สำหรับยาแก้ไอที่มียาเสพติดเป็นส่วนผสม สารออกฤทธิ์ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญได้แก่ โคเดอีน (codeine) หรือฝิ่นยา (tincture opium) เป็นต้น สำหรับชนิดของยาแก้ไอที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมนำไปใช้ดื่มเพื่อความสนุกสนาน ซึ่งกำลังเป็นปัญหาการแพร่ระบาดในปัจจุบัน คือยาแก้ไอที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสม

     โคเดอีน คืออะไร โคเดอีนเป็นอนุพันธ์ของฝิ่น (opium) ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system, cns) มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาคือ ระงับปวด และมีประสิทธิภาพในการะงับอาการไอได้ดีมาก โดยออกฤทธิ์กดศูนย์ควบคุมการไอในสมอง ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว โคเดอีนจึงถูกนำมาผลิตเป็นยาแก้ไอ โคเดอีนจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522

     แหล่งที่มาของโคเดอีน โคเดอีนผลิตมาจากฝิ่น ซึ่งเป็นน้ำยาง (juice) ที่กรีดได้จากผลฝิ่น มีชื่อทางพฤษศาสตร์ว่า papaver somniferum  ซึ่งหมายความว่า เหนี่ยวนำให้หลับ ฝิ่นถือเป็นยาเสพติดร้ายแรงที่สร้างปัญหาให้แก่มวลมนุษยชาติ และเป็นยาเสพติดชนิดแรกที่คนไทยรู้จัก

     "ฝิ่น" นอกจากสามารถให้ผลผลิตคือโคเดอีนแล้ว ยาเสพติดอื่น ได้แก่ มอร์ฟีนและเฮโรอีนต่างก็ผลิตได้จากฝิ่นเช่นกัน ทั้งมอร์ฟีนและเฮโรอีนจึงมีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาคล้ายกับโคเดอีน เคยมีการนำเฮโรอีนมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ โดยใช้เป็นยาระงับปวด แต่ต่อมามีการนำไปใช้ในทางที่ผิด มีประชาชนติดเฮโรอีนเป็นจำนวนมาก เฮโรอีนจึงเป็นสารต้องห้ามในทางการแพทย์ และก็กลายเป็นปัญหาให้แก่สังคมในปัจจุบัน
      เนื่องจากโคเดอีน มอร์ฟีน และเฮโรอีน มีแหล่งกำเนิดหรือผลิตมาจากแหล่งเดียวกันคือ ฝิ่น ดังนั้นจึงมีสูตรโครงสร้างโมเลกุลและคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาคล้ายกัน คือ ระงับอาการปวดและระงับอาการไอ และที่สำคัญเป็นยาเสพติดที่ได้มาจากฝิ่น จึงมีฤทธิ์ทำให้ผู้ใช้เกิดการติดยา
      ด้วยคุณสมบัติของโคเดอีนที่มีฤทธิ์ระงับอาการไอ ในทางการแพทย์จึงนำโคเดอีนเป็นส่วนผสมที่สำคัญในการผลิตยาแก้ไอ ซึ่งปัจจุบันได้มีการขออนุญาตผลิตยาแก้ไอที่ผสมโคเดอีนหลายชื่อการค้าด้วยกัน มีทั้งชนิดน้ำและชนิดเม็ด

     ยาแก้ไอที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสม ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ห้ามมิให้มีการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่าย นอกจากได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยาแก้ไอที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสม มีได้เฉพาะสถานพยาบาลที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนเท่านั้น

     การนำยาแก้ไอที่ผสมโคเดอีนมาใช้ในทางที่ผิด      เริ่มปรากฎการแพร่ระบาดขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นบริเวณจังหวัดชายแดนทางภาคใต้ของประเทศ โดยใช้ผสมกับน้ำอัดลมและใส่น้ำแข็งดื่ม อาจผสมกับยาบางชนิด หรือดื่มโดยไม่ผสมอะไรเลย ทั้งนี้ แหล่งกระจายยาไปสู่ผู้ใช้ พบว่า มาจากร้านขายยาหรือโรงงานผลิตยาบางแห่ง และบางส่วนก็มีการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อนำมาขายในตลาดมืด

     ผลของการใช้ยาแก้ไอที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสม ในกรณีที่นำไปใช้ในทางที่ผิด จะเกิดอันตรายต่อสุขภาพ อาทิ คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม และที่สำคัญ การใช้ยาติดต่อเป็นเวลานานทำให้เกิดการติดยาทั้งทางกายและจิตใจ และมีอาการถอนยาเมื่อขาดยา เช่นเดียวกับการติดมอร์ฟีนหรือเฮโรอีน ซึ่งจะต้องเข้ารับการบำบัดรักษาจึงจะหายจากการติดยาได้

     อาการไม่พึงประสงค์ของการใช้โคเดอีน
      - คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม ท้องผูก
      - ลดประสิทธิภาพในการขับขี่
      - การใช้ยาในขนาดที่สูงๆ ทำให้การหายใจหยุด ช็อก และหัวใจหยุดเต้น
      - การใช้ยาติดต่อเป็นเวลานานทำให้เกิดการติดยาได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

     การแก้ไขปัญหา
     กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พยายามอย่างยิ่งที่จะป้องกัน และแก้ไขปัญหาการระบาดของยาแก้ไอที่ผสมโคเดอีน ได้จัดให้มีการประชุมชี้แจงเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาแก้ไอผสมโคเดอีน เมื่อวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2546 ณ โรงแรม โรยัล ภูเก็ต ซิตี้ จ.ภูเก็ต โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานในพิธี วัตถุประสงค์การประชุมเพื่อเป็นการชี้แจงมาตรการดำเนินงาน และการบังคับใช้กฎหมายในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาแก้ไอผสมโคเดอีนให้แก่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในที่เป็นพื้นที่เสี่ยง เช่น จังหวัดต่างๆ บริเวณใกล้ชายแดนของประเทศ ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ให้สอดส่องดูแลและเฝ้าระวังการจำหน่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนภูมิภาค เช่นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สถานีตำรวจภูธร สมาคม และชมรมต่างๆ

 



ย้อนกลับ
 
เกี่ยวกับศูนย์วิทยบริการ  เกี่ยวกับศูนย์วิทยบริการ
คู่มือการใช้งาน  คู่มือการใช้งาน
 ระบบสืบค้นข้อมูล
เจ้าหน้าที่ของศูนย์วิทยบริการ อย.  บุคลากร
 
      
 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

since 21/02/44 World Map  

ศูนย์วิทยบริการ
ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000 library@fda.moph.go.th Ω